มาร์ตินกลับเข้าห้อง ปิดประตูตามหลัง ก่อนวางแหวนมิติที่รับมาจากไซรัสลงบนโต๊ะ
แสงยามเช้าส่องลอดกรอบหน้าต่างเข้ามา สะท้อนเป็นประกายวูบไหวบนผิวสีดำสนิทของแหวน
ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนแหวนเบา ๆ พลังจิตแทรกซึมเข้าไป ภาพภายในจึงปรากฏชัดขึ้นในห้วงความคิด
ผลึกเวทมนตร์ระดับต่ำถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบอยู่มุมหนึ่ง มีจำนวนพอดิบพอดี 53 เม็ด ผลึกสีฟ้าอ่อนแผ่แสงนวลละมุนอยู่ภายในมิติ มาร์ตินเห็นแล้วก็อดดีใจไม่ได้ ตอนนี้เขากำลังขาดผลึกเวทมนตร์อย่างหนัก
นอกจากผลึกเวทมนตร์แล้ว ยังมีเกราะหนังและเกราะโซ่ที่สึกหรออยู่สามสิบกว่าชุด ส่วนใหญ่คงเป็นของที่พวกโจรปล้นมาจากชาวบ้านหรือกองคาราวานที่ผ่านทาง แม้จะไม่ใช่ของชั้นดี แต่ก็ยังพอซ่อมแซมแล้วนำไปให้กองกำลังรักษาการณ์ติดอาวุธได้
ตรงมุมมีถุงเสบียงกองอยู่หลายสิบใบ บนกระสอบปั๊มตรา “หมู่บ้านลำธารโอ๊ก” ไว้ เห็นได้ชัดว่าปล้นมาจากหมู่บ้าน
ยังมีดาบเหล็ก ขวาน และอาวุธอื่น ๆ วางปะปนกันอยู่บ้าง คมอาวุธส่วนใหญ่บิ่นงอ ดูก็รู้ว่าเป็นของเก่าที่ใช้งานมานาน
มาร์ตินค้นทั่วทั้งมิติแล้วก็ไม่พบยาหรือม้วนคาถา คิดดูแล้ว พวกโจรกลุ่มนั้นคงไม่มีปัญญาหาของพวกนี้มาได้
กลับมีเหรียญเงินเหรียญทองกองอยู่เกือบครึ่งหีบ คร่าว ๆ แล้วมีเหรียญทองมากกว่า 1,300 เหรียญ ส่วนเหรียญเงินกับเหรียญทองแดงนั้นเต็มถุงอยู่สองใบ ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง กลิ่นอายของเงินทองปนเปกับกลิ่นคาวเลือด
มาร์ตินเก็บแหวนไว้ ก่อนจะมอบชุดเกราะ เสบียง และอาวุธให้พ่อบ้านจัดการ หลังจากลงทะเบียนและทำบัญชีเรียบร้อยแล้ว
อาวุธที่ชำรุดให้ส่งไปหลอมใหม่ที่ร้านตีเหล็ก เสบียงให้นำไปคืนแก่ผู้รอดชีวิตจากหมู่บ้านลำธารโอ๊ก ส่วนเกราะที่ยังใช้ได้ก็นำไปเสริมกำลังให้กองกำลังรักษาการณ์ในเขตปกครอง
