ทุกคนพลันพูดไม่ออก สีเลือดบนใบหน้าซีดจางหายไปจนหมด
แกรนด์ดยุกมงแคลร์กล้าสมคบคิดกับออร์คจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?
ความคิดนี้ประหนึ่งสายฟ้าฟาด ระเบิดกึกก้องอยู่ในใจของทุกคน
แต่เมื่อเห็นแววโหดเหี้ยมในดวงตาของแกรนด์ดยุกที่ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว
การตั้งข้อสงสัยต่อแกรนด์ดยุกไม่ต่างจากรนหาที่ตาย
พวกเขาทำได้เพียงก้มหน้า ปล่อยให้เหงื่อเย็นชุ่มแผ่นหลัง ทว่าภายในใจกลับจดจำความอำมหิตของผู้ปกครองแดนเหนือผู้นี้ฝังลึกลงไปถึงกระดูก
ในเวลาเดียวกัน มาร์ตินกับบารอนกำลังควบม้าผ่านทางแคบกลางป่าในเทือกเขาแบล็กสไปน์
เบื้องหน้าไม่ไกลนักคือยอดเขาเกรย์ฟรอสต์
ยอดเขาสูงชันซึ่งมีน้ำค้างแข็งบาง ๆ ปกคลุมตลอดทั้งปี และยังเป็นช่องทางคอขวดที่จำเป็นต้องผ่านเพื่อไปยังน้ำตกคันดาล
“นายท่าน บนยอดเขาเกรย์ฟรอสต์มีผู้แข็งแกร่งแห่งเขตศักดิ์สิทธิ์ของพวกออร์คประจำการอยู่ เป็นมนุษย์หมีตัวยักษ์ลายสายฟ้าที่ฝึกฝนมาสามร้อยปี ว่ากันว่ามันสามารถชักนำอสนีบาตเข้าสู่ร่างกายได้ พลังต่อสู้ดุดันยิ่งนัก”
บารอนดึงบังเหียนพลางกวาดตามองหอเฝ้าระวังจากกระดูกออร์คที่เห็นเลือนรางบนยอดเขา
“เราอ้อมไปทางหน้าผาด้านข้างได้ ไม่ทำให้พวกมันรู้ตัวหรอกครับ”
แต่มาร์ตินส่ายหน้า สายตาจับจ้องทางเข้าถ้ำบริเวณกึ่งกลางภูเขาเกรย์ฟรอสต์
ตรงนั้นมีทหารยามออร์คนับสิบถือขวานยักษ์ยืนเฝ้าอยู่ พลังของพวกมันล้วนอยู่ในขั้นฟ้า
“อ้อมไปย่อมง่ายกว่า แต่ก็จะพลาดโอกาสไป”
เขาพลิกตัวลงจากหลังม้า ปลายนิ้วลูบไล้ขอบผ้าคลุมหน้าบันชีเบา ๆ
“ฉันต้องการกำลังคน โดยเฉพาะผู้ที่มีฝีมือระดับสูง มนุษย์หมีลายสายฟ้าตนนั้นเป็นผู้แข็งแกร่งแห่งเขตศักดิ์สิทธิ์ หากปราบมันมาเป็นพวกได้ ก็จะเป็นกำลังสำคัญทีเดียว”
บารอนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผู้แข็งแกร่งแห่งเขตศักดิ์สิทธิ์เผ่าออร์คมีนิสัยดุร้าย ต่อให้ซัดมันจนบาดเจ็บหนัก เกรงว่าก็ยังฝึกให้เชื่องได้ยากครับ”
