ซูอี้ฝืนกลั้นความอยากกลอกตามองบน เขาล้วนยอมรับไปแล้ว ตนเองก็มิอาจไม่รับ จึงได้อุ้มส่วนของตนขึ้นมาเช่นกัน
เขามิได้มีปัญหากับกู้เยวี่ยแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกว่าตนนั้นเล่นกับนางไม่ถูกคอกันก็เท่านั้น
“จริงสิ พี่สี่ ท่านไม่คิดจะเปิดภัตตาคารหรือ? ข้าสามารถนำเงินเก็บส่วนตัวให้ท่านได้ทั้งหมด แต่ถือว่าท่านยืมไปก่อน ภายหน้าหากท่านหาเงินได้แล้วต้องคืนข้านะ
ส่วนพี่ห้า ท่านไม่คิดจะเรียนวาดภาพหรือ? บิดาของข้ารู้จักบัณฑิตมีชื่อเสียงหลายท่าน สามารถให้เขาแนะนำให้พวกท่านรู้จักกันได้ ด้วยพรสวรรค์ของพี่ห้า ย่อมต้องได้รับการยอมรับจากบัณฑิต และรับท่านเป็นศิษย์แน่นอน!”
กลเม็ดและคำพูดหวานหูของกู้เยวี่ย ช่างหลั่งไหลออกมาไม่หยุดหย่อน ราวกับต้องการแสดงให้เห็นว่านางช่างรอบคอบและใส่ใจเพียงใด ซูหว่านได้แต่บ่นในใจอยู่ตลอด
แต่น่าเสียดายที่นางคิดผิดอีกครั้งแล้ว เจตนาที่ต้องการช่วยเหลือพี่สี่และพี่ห้านั้นดีอยู่ ทว่ากลับพูดไม่เข้าหู ใช้วิธีผิดเสียจริง
เรื่องที่พี่สี่อยากเปิดภัตตาคารนั้น นางได้ลงมือชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว ทั้งยังคิดหาวิธีดี ๆ ให้พี่สี่หาเงินจากการใช้แรงของตนเองอีกด้วย
ซูหว่านเป็นผู้ออกความคิดให้เขา ภายหน้าจะแบ่งกำไรให้เขาเพียงไม่กี่ส่วน ข้อหนึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินทุน ข้อสองรักษาหน้าและศักดิ์ศรีของเขาไว้ มิให้ภายหน้าเขารู้สึกว่าสิ่งที่ตนมีล้วนได้มาเพราะพึ่งพาผู้อื่น แต่เป็นเพราะตนก็ได้ลงแรงและหยาดเหงื่อมาด้วยเช่นกัน
เทียบกับการยัดเยียดให้ตรง ๆ ของกู้เยวี่ย ซูอวินไม่มีทางตอบรับเป็นอันขาด เงินของนางก็มิใช่เงินของตระกูลกู้หรอกหรือ?
