ซูหว่านต้องการซื้อถุงเท้าสั้นสี่คู่ ยาวหนึ่งคู่ จึงได้ต่อราคากับเจ้าของร้าน
“เจ้าของร้าน ข้าต้องการถุงเท้าสั้นสี่คู่ ยาวหนึ่งคู่ ครั้งนี้ข้าอุดหนุนท่านถึงเพียงนี้ ลดให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”
อย่างไรเสียก็เป็นเงินหลายตำลึง ลดสักหน่อยคงไม่เป็นกระไรกระมัง
เจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้าพินิจมองซูหว่านแวบหนึ่ง แล้วจึงเริ่มคิดคำนวณราคา
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมกันได้สามตำลึงสามสิบเฉียน สุดท้ายเขาจึงให้ราคามา:
“คิดเป็นเงินสามตำลึงยี่สิบเฉียน”
ลดให้เพียงสิบอีแปะ นับว่าน้อยนัก ซูหว่านรู้สึกว่ายังต่อได้อีก
“เจ้าของร้าน ลดให้อีกหน่อยเถิด บัดนี้อากาศเปลี่ยนไปแล้ว คนในครอบครัวข้าล้วนจำต้องตัดเสื้อผ้า หากท่านลดให้อีกสักนิด ภายภาคหน้าพวกเราจะมาอุดหนุนท่านอีก เช่นนี้ได้หรือไม่”
เจ้าของร้านได้ฟัง ก็พลางพินิจสองพี่น้องตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูจากเครื่องแต่งกายก็ไม่เหมือนคนมีเงิน ทั้งยังบอกจะตัดเสื้อผ้าทั้งครอบครัว พวกเขามีเงินมากปานนั้นหรือ
“ซูจิ่งเป็นอะไรกับพวกเจ้า”
เพียงเห็นเจ้าของร้านเหลือบตามอง แล้วเอ่ยถามเช่นนี้ขึ้นมาทันใด
“เขาเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของข้า”
ซูหว่านรีบตอบ เมื่ออีกฝ่ายถามเช่นนี้ ย่อมรู้จักพี่ใหญ่เป็นแน่ มิฉะนั้นคงไม่ถาม
“เจ้าเป็นน้องสาวของซูซิ่วไฉอย่างนั้นหรือ”
ตอนแรกที่แจ้งชื่อ เขามิได้ใส่ใจนัก เพิ่งมานึกขึ้นได้ภายหลัง
ซูหว่านพยักหน้า รูปโฉมของนางคล้ายคลึงกับซูจิ่งอยู่บ้าง
“โถ เจ้าไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ข้าจะลดให้อีกสิบอีแปะเป็นอย่างไร ซูซิ่วไฉเป็นคนดี ทั้งยังมีความรู้ หน้าตาก็ดูดี ข้ายินดีให้เกียรติเขา”
