“สมแล้วที่เป็นศิษย์รักของข้า เจ้าตัดสินใจเข้ากองทัพ มุ่งมั่นปกป้องบ้านเมือง ข้ารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเจ้ายิ่งนัก เพียงแต่สถานการณ์ในสนามรบผันแปรไม่แน่นอน ภยันตรายรายรอบ ในสมรภูมินั้นแฝงเร้นผู้กล้ามากมาย พลาดพลั้งเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ชีวิต เจ้าต้องคิดให้ถ้วนถี่ และบอกกล่าวครอบครัวให้เรียบร้อย หากเจ้าแน่วแน่ดีแล้ว ข้าจะไม่ขัดขวาง!”
อันที่จริง เจียงอวิ๋นเฮ่อหมายจะกล่าวว่า ก่อนตัดสินใจเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนในครอบครัวให้ดี เขาเป็นทั้งบุตร น้อง พี่ชาย พวกนางจะยอมให้เขาไปออกรบหรือไม่?
หากจากไปแล้วมิได้หวนคืนเล่า?
ซูเฉินเพียงยิ้มอย่างปลงตก ใบหน้าดูเบาสบาย
“ท่านอาจารย์ ข้าคิดดีแล้ว ข้ามีพี่น้องมากมาย หากวันหน้าข้าสละชีพเพื่อชาติ บิดามารดายังมีพวกเขาคอยปรนนิบัติเลี้ยงดูไปจนแก่เฒ่า ข้าผู้เป็นบุตรอกตัญญูก็จะจากไปอย่างสบายใจ สำหรับน้องสาว หากขาดข้าผู้เป็นพี่ไป ก็ยังมีพี่ชายคนอื่นคอยปกป้องนาง เพื่อส่วนรวมแล้ว ครอบครัวเล็กก็จำต้องละวาง ทว่าหากข้าทำสำเร็จเล่า? ข้าพิทักษ์ส่วนรวมไว้ได้ ก็ย่อมรักษาครอบครัวของข้าไว้ได้เช่นกัน
ข้าจำเป็นต้องสู้เพื่อตนเองสักครั้ง สู้เพื่ออนาคตอันรุ่งโรจน์ หากมีชัย ข้าก็คือวีรบุรุษผู้ปกป้องบ้านเมือง สมปรารถนาของข้า ทั้งยังได้ลาภยศสรรเสริญ ครอบครัวจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มิใช่ได้ประโยชน์ทั้งสองทางหรือ?”
เจียงอวิ๋นเฮ่อพยักหน้า ศิษย์เติบใหญ่แล้ว มีความคิดเป็นของตนเอง
