"สิบห้าอีแปะออกจะแพง ลดให้หน่อยได้หรือไม่แม่หนู"
ในฝูงชนเริ่มมีผู้เห็นว่าราคาแพงไป ใคร่จะต่อรอง แต่ซูหว่านจะยอมลดราคาง่าย ๆ ได้อย่างไร
นี่คือราคาต่ำสุดแล้ว ต้องรักษาไว้ หากยอมครั้งแรกก็จะมีครั้งต่อไป
"ท่านพี่ ราคานี้ไม่นับว่าแพงเลย ขนมของข้าน้อยอร่อยกว่าในท้องตลาด แถมยังได้ปริมาณมากกว่า นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก ท่านลองดูวัตถุดิบของข้าเถิด ต้นทุนสูงลิ่ว ท่านก็ควรให้พวกเราได้กำไรกันบ้างมิใช่หรือ"
ซูหว่านกล่าวถึงท้องตลาดโดยไม่เอ่ยนามหลิวฟังไจ จึงไม่นับว่าล่วงเกินร้านใด
ผู้ที่มีเงินมากหน่อยเห็นว่าราคาสมเหตุสมผลก็ล้วงเงินซื้ออย่างรวดเร็ว
"ข้าเอาก่อนเลยสองห่อ"
"ข้าก็เอาหนึ่งห่อ!"
ทุกคนเริ่มควักเงิน ผู้ที่ได้ลิ้มลองแล้วรู้สึกรสชาติดี คุ้มราคาจึงยอมซื้อ
ในจำนวนนั้นยังมีบ่าวไพร่จากบ้านเศรษฐีที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ ซึ่งส่วนใหญ่ทำหน้าที่ในครัว เมื่อเห็นขนมแปลกใหม่ในตลาด ก็จะซื้อกลับไปให้เจ้านายได้ลิ้มชิมรส เพื่อเอาใจและหวังรางวัล
พวกนางซื้อทีละหลายห่อ หากมีเจ้านายผู้มั่งคั่ง การซื้อก็ย่อมใจป้ำ
ทุกคนล้วนมีจิตใจชอบดูความครึกครื้นอยู่แล้ว เมื่อเห็นรอบตัวซูหว่านมีผู้คนห้อมล้อมมากมาย ก็พากันเข้ามาสมทบ เห็นคนอื่นซื้อแล้ว บางคนก็ซื้อตาม ดูความครึกครื้นอยู่ชั่วครู่ก็ใช้เงินไปอย่างน่าประหลาด
ไม่ต่างจากการดูกถ่ายทอดสดในยุคปัจจุบัน ดูไปดูมาเงินก็หมดไป……
ดังที่ซูหว่านคาดการณ์ไว้อย่างแม่นยำ ยิ่งใกล้สิ้นปี ผู้คนในตลาดนัดก็ยิ่งมากขึ้น แต่นี่ยังไม่นับว่าเท่าใดนัก อีกสักระยะหนึ่งจะยิ่งคับคั่งกว่าเดิม
