เหรียญกษาปณ์ของแคว้นต้าฉินนั้น หนึ่งร้อยอีแปะเท่ากับหนึ่งตำลึง ดังนั้นในเรื่องการซื้อขายทาส ราคานี้จึงไม่ถือว่าสูง
เพราะเป็นการซื้อขาดตลอดชีพ จึงต้องใช้เงินมากถึงเพียงนี้
บางตระกูลซื้อเพียงครั้งละสามปีสองปี ทาสคนหนึ่งก็ตกปีละห้าตำลึงถึงสิบตำลึงไม่เท่ากัน
ทาสทำงานหยาบที่ถูกที่สุด ซื้อตลอดชีพยังอยู่ที่สามสิบตำลึงถึงห้าสิบตำลึง เพราะอายุมากแล้ว
ทาสเหล่านี้ถูกซื้อไปแล้ว ย่อมไม่มีสถานะทางสังคมใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังไม่มีค่าตอบแทนรายเดือน ต่างจากบุตรหลานชาวบ้านดีมีตระกูล นางเหล่านั้นยากจนจึงเข้าไปทำงานในจวน โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลาหลายปี แต่ละเดือนยังได้รับค่าตอบแทนรายเดือน เพียงเพราะนางเป็นสามัญชนจึงได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้
แต่หากโชคดีได้พบเจ้านายใจดี พวกเขาก็จะให้เงินเจ้านางเป็นรายเดือนประปรายอยู่บ้าง
ระบบศักดินาของแคว้นต้าฉินนั้นยังฝังรากลึกยิ่งนัก ลำพังเพียงทาสในบัญชีทั่วทั้งใต้หล้ารวมกันแล้วก็มีมากถึงพันกว่าหมื่นคน
ยิ่งไปกว่านั้น ทาสในบัญชีจำนวนไม่น้อยยังมาจากครอบครัวที่กระทำผิดกฎหมาย ถูกยึดทรัพย์ เนรเทศ แล้วถูกลดฐานะเป็นทาส
ผู้โชคดีก็ต้องระเหเร่ร่อนไปเป็นทาสรับใช้ ผู้อาภัพก็ต้องเข้าไปในหอวสันต์ ต้องกลายเป็นนางคณิกา
อีกประการหนึ่ง ทาสเหล่านี้หากต้องการไถ่สัญญาขายตนด้วยตนเอง ต้องจ่ายเป็นสามเท่าของราคาตัว
นี่ไม่ต่างอะไรกับการตัดความหวังของนาง พวกนางจะหาเงินจำนวนมากมายเพียงนั้นมาจากที่ใดมาไถ่สัญญาตัวเอง?
ประการต่อมา ถึงจะได้สัญญาขายตนไปแล้วก็หาได้จบไม่ เพราะหากจะไปถอนชื่อจากทะเบียนทาสที่เรือนหลวง ยังต้องใช้เงินอีกสองร้อยตำลึง
