ตอนที่ 4 ถอดถอนสถาปนา จักรพรรดิน้อยขึ้นครองราชย์
【อีกทั้งเจ้ายังได้ประกาศเรื่องการถอดถอนและสถาปนาต่อหน้าขุนนางทั้งหลายหลายครั้งหลายครา เจ้าได้แสดงท่าทีออกไปแล้ว
เจ้าก็คือการโค่นล้มโอรสสวรรค์ด้วยกำลังทหาร ต่อให้บัดนี้มีราชโองการของจริงออกมา ในราชสำนักและนอกก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ ดังนั้นเจ้าจึงไม่ได้ใส่ใจคำพูดของอ๋องตันหลิว】
【วันที่ห้า เจ้าให้ลิยูไปเตรียมจัดพิธีถอดถอนสถาปนา
พร้อมกันนั้นก็ให้ลิยูจับตามองความเคลื่อนไหวของทุกคนในวังหลวงอย่างใกล้ชิด】
【โดยเฉพาะเฝ้าติดตามพระนางโฮเฮาและเล่าเปี่ยนทั้งสองอย่างเข้มงวด ป้องกันมิให้ทั้งคู่ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นในช่วงเวลานี้】
【นอกจากนี้เจ้ายังส่งทหารเกราะชั้นยอดไปอารักขาอ๋องตันหลิวเป็นการเฉพาะอีกด้วย
ยามนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เจ้าเกรงว่าจะมีผู้ใดจนตรอกกระโดดกำแพง ทำร้ายอ๋องตันหลิว】
【วันที่หก เจ้าให้ฮัวหยงและพวกเพิ่มกำลังป้องกันลกเอี๋ยง
โดยเฉพาะเพิ่มการจับตามองตระกูลอ้วน ตระกูลเอี๋ยงและตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง】
【เจ้ารู้ว่าบรรดาตระกูลใหญ่เหล่านี้ ล้วนหล่อเลี้ยงทหารส่วนตัวเอาไว้
แม้ทหารส่วนตัวพวกนี้จะมีจำนวนไม่มากพอจะต่อกรกับเจ้า แต่ก็เป็นภัยซ่อนเร้นอยู่ดี】
【วันที่เจ็ด ลกเอี๋ยงเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เจ้าสั่งให้ทหารทำการกวาดล้างทั่วทั้งลกเอี๋ยง
ผู้ใดก็ห้ามออกนอกเคหสถานโดยไม่มีเหตุผล】
........
【วันที่แปด วันซั่วเย่ว
“กระหม่อม ถึงเวลาแล้ว ขอเชิญกระหม่อมเสด็จย้ายไปตำหนักเจียเต๋อ”
ยามเช้า เจ้าใช้รถม้าประจำพระองค์ โกงกึงแช ของโอรสสวรรค์ ไปยังจวนอ๋องตันหลิวเพื่อรับเสด็จอ๋องตันหลิวไปยังตำหนักเจียเต๋อ】
【“ใต้เท้าไท่เว่ย ข้ายังมิได้ขึ้นครองราชย์ การใช้รถม้าคันนี้ อย่างไรก็ล่วงเกินเกินไปหน่อย”
อ๋องตันหลิวในเวลานี้ได้เปลี่ยนมาสวมฉลองพระองค์ของโอรสสวรรค์แล้ว
แต่เมื่อเห็นรถม้าโกงกึงแชที่อยู่นอกประตู ก็ยังคงเอ่ยปากกับเจ้า】
【“กระหม่อมทราบแล้ว เชิญกระหม่อมขึ้นเกี้ยวเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
สำหรับคำพูดของอ๋องตันหลิวครั้งนี้ เจ้าอดขมวดคิ้วไม่ได้ แล้วจึงเอ่ยกับอ๋องตันหลิว】
【ยามเถ้าตรง
เจ้านำทหารเกราะแถวหนึ่ง อารักขาอ๋องตันหลิวเข้าไปในตำหนักเจียเต๋อ】
【“โอรสสวรรดิ์นอ่อนแอ ไร้ความสามารถ ไม่เพียงพอจะสร้างความสงบแก่หล้า
บัดนี้มีพระบรมราชโองการฉบับหนึ่ง สมควรให้ประกาศ”
เมื่อเข้าสู่ตำหนักแล้ว เจ้ากวาดตามองขุนนางร้อยนาย เห็นว่ามาครบทั้งหมดแล้ว
เจ้ากล่าวกับทุกคน แล้วจึงส่งสัญญาณให้ลิยูขึ้นไปอ่านประกาศ
ลิยูจึงนำหนังสือราชโองการฉบับหนึ่งออกมา เดินไปยังตำแหน่งใต้บัลลังก์มังกร】
【“ศุภมัสดุ ศกจงผิงที่หก ลำดับนิ้วจี้ซื่อ เดือนเก้า วันเกี่ยซุดซั่ว
เรียนท่านซานกง ราชครูเก้าตำแหน่ง และหมู่ขุนนางทั้งในนอก
อาณัติฟ้าสถิตในองค์กษัตริย์ ผู้มีคุณธรรมแจ่มแจ้งเท่านั้นที่ดำรงอยู่ได้
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีจริตวัตรเบาบาง ไร้ซึ่งกริยาอันสง่างาม อยู่ในระหว่างไว้ทุกข์หาโศกเศร้าไม่ หน้าว่าราชการก็มืดมนสับสน ไม่อาจเซ่นไหว้บรรพชน สืบทอดอาณัติสวรรค์
โฮเฮาผู้สำเร็จราชการก็ไร้ความสามารถในราชกิจใหญ่หลวง กระทั่งให้ของศักดิ์สิทธิ์ต้องตกอยู่ในมือผู้อ่อนแอ
อ๋องตันหลิว สุขุมรอบคอบมาแต่เล็ก มีคุณธรรมยิ่งใหญ่สูงส่ง
ครั้งก่อนเมื่อพระเจ้าฮั่นเลนเต้ก็ทรงหมายพระทัยไว้แล้ว สมควรรับอาณัติ
ครั้งก่อนอีอิ่นเนรเทศไท่เจี่ย ฮั่วกวงปลดชังอ๋วย กระทำเพื่อความชอบธรรมของแผ่นดิน
บัดนี้ให้ปลดฮ่องเต้เป็นหองหลงอ๋อง ไปอยู่ที่รัฐของตนตั้งแต่วันนี้
โฮเฮาผู้สำเร็จราชการคืนอำนาจการปกครอง ย้ายไปประทับตำหนักอื่น
ขอเลือกวันมงคล อัญเชิญอ๋องตันหลิวเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ
ป่าวร้องแก่ทั่วแคว้นแดนดิน ให้รับรู้ถ้วนทั่วกัน”
ไม่นาน ลิยูก็อ่านหนังสือราชโองการจบลง】
【เสียงของลิยูสงบลง ทหารสวมเกราะสองนายก็ก้าวขึ้นมา โค้งคำนับเล่าเปี่ยนหนึ่งที
เล่าเปี่ยนกวาดตามองขุนนางรอบด้าน
แต่ทุกคนล้วนหลบเลี่ยงสายตาของเขา
ในที่สุด เล่าเปี่ยนก็นับว่ายอมรับความจริง ลุกขึ้นตัวสั่นเทา มองบัลลังก์มังกรเป็นครั้งสุดท้าย
แล้วจึงเดินตามทหารสองนายลงไป】
【เมื่อเห็นเล่าเปี่ยนลุกออกจากบัลลังก์มังกร ใบหน้าของเจ้าก็แอบคลายใจ บัดนี้ก็นับว่าสำเร็จไปได้แปดเก้าส่วนแล้ว】
【“อ้ายขุนนางทรยศตั๋งโต๊ะ กล้าคิดการหลอกลวงสวรรค์ ข้าจะใช้โลหิตที่คอประพรมมันเสีย!”
ในเวลานั้น ติ้งกว่านก็กระโจนออกมา ใช้เกียกซ่งที่ถืออยู่ในมือ ฟาดเข้าใส่เจ้าโดยตรง】
【“เฮอะ บังอาจนัก!”
แต่ติ้งกว่านเพิ่งจะลงมือ ก็ถูกทหารที่อยู่ข้างกายเจ้าจับข้อมือไว้ได้
นักรบนอกตำหนักก็พากันขึ้นมาบนตำหนัก กดตัวติ้งกว่านไว้กับพื้น】
【“ไฉนจึงคิดขบถ?”
มองดูติ้งกว่านที่ถูกคุมตัวอยู่ เจ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น】
【“ถุย! อ้ายตั๋งผู้ทรยศ เอ็งก็แค่คนบ้านนอกแดนซีเหลียงคนหนึ่ง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากราชวงศ์ฮั่น ไม่คิดสืบเสาะหาทางตอบแทน กลับทำเรื่องอีฮั่วโดยไม่มีความคู่ควร!
โอรสสวรรค์ผิดอะไร? ฮ่องเต้มีโทษสถานใด?
เอ็งทำการหลอกลวงสวรรค์แย่งชิงอำนาจ กลับหาว่าข้าขบถ?
เอ็งเห็นขุนนางทั้งหมดในราชสำนักเป็นตุ๊กตาไม้ เห็นวีรชนหล้าเป็นแค่หญ้าเศษหรือไร?”
ติ้งกว่านด่าทอเจ้าไม่หยุดปาก】
【“เฮอะ ลากออกไป ตัดหัวซะ!”
เมื่อได้ยินคำของติ้งกว่าน เจ้าก็คำรามเย็นชา】
【“ท่านทั้งหลาย! พวกท่านล้วนเป็นขุนนางตระกูลฮั่น สืบต่อกันได้รับพระมหากรุณาธิคุณแห่งชาติ สวมสายแพรม่วง ถือเกียกซ่ง
วันนี้กลับลืมตาเห็นขุนนางทรยศผู้นี้ล้อเล่นกับโอรสสวรรค์ ดูถูกเหยียดหยามขุนนางร้อยนาย ในใจของพวกท่านยังมีความซื่อสัตย์ภักดีอยู่บ้างหรือไม่?
บัดนี้ขุนนางทรยศอยู่ตรงหน้า เป็นยามที่พวกเราจะตอบแทนชาติด้วยชีวิต
ชายชาติทหาร ควรถือกระบี่ยาวสามเชียะ สร้างคุณูปการอันลือลั่น
จะเรียนสตรีเด็กน้อย หดหัวกลัวหาง เอาตัวรอดอยู่ในโลกได้หรือ?”
ระหว่างที่ถูกลากออกไป ติ้งกว่านก็ร้องตะโกนต่อขุนนางในตำหนัก】
【“ไท่เว่ย ข้าดูแล้วผู้นี้ก็เป็นขุนนางผู้ภักดีของราชวงศ์ฮั่น
เรื่องวันนี้ หรืออาจถูกผู้ใดอำพราง วันนี้ข้าขึ้นครองราชย์ ไม่ควรเห็นเลือด เอาตัวไปขังไว้ก่อนเถิด”
เวลานั้น เล่าเหียบก็เอ่ยกับเจ้า】
........
“ติ๊ง โปรดเลือกการตัดสินใจของท่าน
ตัวเลือกที่หนึ่ง: ทำตามคำแนะนำของอ๋องตันหลิว ขังติ้งกว่านไว้ก่อน
ตัวเลือกที่สอง: สถาปนาความน่าเกรงขาม ลงมือสังหารติ้งกว่านเสีย”
หลังจากเล่าเหียบในตัวจำลองขอร้อง ตรงหน้าของตั๋งโต๊ะก็เด้งตัวเลือกขึ้นมาอีกครั้ง
“เฮอะ อ๋องตันหลิวนี่ฉลาดหรือโง่เขลากันแน่?
เลือกสอง”
ตั๋งโต๊ะมองดูตัวเลือกตรงหน้า แล้วจึงเลือกข้อสอง
.........
【เลือกเสร็จแล้ว ตัวจำลองดำเนินต่อ】
【“ฝ่าบาท ผู้นี้พยายามก่อกวนพิธีใหญ่หลวง ถ้าไม่ฆ่าก็ไม่พอจะสร้างขวัญกำลังใจที่ถูกต้องแก่ทหาร”
เมื่อได้ยินคำเกลี้ยกล่อมของเล่าเหียบ เจ้าก็โน้มตัวคารวะหนึ่งทีแล้วกล่าว
เพียงแต่คำว่า ‘ฝ่าบาท’ ที่เริ่มต้น เจ้าออกเสียงเน้นหนักมาก
นี่เป็นการเตือนเล่าเหียบ ให้เขาทำตัวเรียบร้อย些】
【“เช่นนั้น ก็ตามใจไท่เว่ย”
เล่าเหียบฟังจบก็ชะงักไป ถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าว】
【“เอาตัวไป ตัดหัวซะ!”
เมื่อเห็นเล่าเหียบยอมจำนนแล้ว เจ้าก็ส่งสัญญาณแก่นักรบ
ไม่นานนัก เสียงร้องโหยหวนหลายระลอกก็ดังมาจากนอกตำหนักใหญ่
เจ้าค่อนข้างพอใจกับสิ่งนี้ พวกทหารที่ประหารก็เข้าใจความคิดของเจ้า มิได้ฟันคอติ้งกว่านให้ตายในดาบเดียว
แต่กลับฟันหลายดาบอย่างทรมาน】
【เสียงร้องโหยหวนเช่นนี้ สำหรับขุนนางอื่นๆ ในตำหนักใหญ่ก็เป็นการข่มขวัญเช่นกัน เป็นสิ่งที่เจ้าปรารถนาจะได้เห็น
แต่เจ้าก็สังเกตว่าเล่าเหียบไม่พอใจกับเสียงร้องโหยหวนพวกนี้อยู่บ้าง】
【สำหรับเรื่องนี้ เจ้ามิได้ใส่ใจนัก จักรพรรดิน้อยเช่นนี้ ไม่อาจก่อคลื่นอะไรในมือเจ้าได้】
【“กระหม่อมทูลเชิญฝ่าบาทขึ้นครองราชย์”
หลังจากติ้งกว่านถูกประหาร
เจ้าก็ก้าวมาข้างหน้าเล่าเหียบ โน้มตัวกล่าว】
【เล่าเหียบเหลือบมองเล่าเปี่ยนที่ถูกลากลงมาจากบัลลังก์มังกร
แล้วมองไปยังนอกตำหนักใหญ่ จากนั้นก็ก้าวขึ้นบัลลังก์มังกรอย่างช้าๆ】
【“เหล่าข้าน้อยขอคารวะฝ่าบาท ฝ่าบาทหมื่นปี ต้าฮั่นหมื่นปี”
เมื่อเล่าเหียบขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรแล้ว เจ้าก็เป็นผู้นำคารวะ
ขุนนางอื่นๆ ก็พากันคุกเข่าลงกราบ】