“แต่เส้นทางสื่อสารของคอมพิวเตอร์สมองกลไม่ใช่ขาดหมดแล้วเหรอ หอส่งสัญญาณก็พัง คอมพิวเตอร์สมองกลออกไปนอกค่ายก็ใช้ไม่ได้ นายรู้ข่าวของจักรวรรดิถานโจวได้ยังไง” เสิ่นเหมยมองข้อความที่กำลังเลื่อนผ่านหน้าจออีกครั้ง
หูเหยี่ยนกวาดสายตามองตามเธอ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันเริ่มสร้างหอส่งสัญญาณที่ค่ายอรุณแล้ว วัสดุยังมีไม่พอ สัญญาณเลยติด ๆ ดับ ๆ แต่ก็พอจะรับข่าวจากที่ที่มีหอส่งสัญญาณได้ อย่างจักรวรรดิถานโจวน่ะ ส่วนจักรวรรดิเจียหนีซือ อาณาจักรใต้น้ำของพวกเขาแยกตัวเป็นเอกเทศ ปกติไม่ค่อยติดต่อกับเผ่าอื่น ข่าวเลยหายากหน่อย”
เสิ่นเหมยมองเขาอย่างตกใจ “นายสร้างหอส่งสัญญาณเป็นด้วยเหรอ”
เห็นสีหน้าตกใจปนชื่นชมของเธอ หูเหยี่ยนก็ยิ้มมุมปาก ยกมือบีบแก้มเธอเบา ๆ หางตาแดงระเรื่อ “ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเก่งแค่ไหน”
เสิ่นเหมยพยักหน้า ชูนิ้วโป้งให้เงียบ ๆ “เก่ง”
แต่ในใจเธอแทบร้องไห้ คนธรรมดาอย่างเธออยากจะไปสู้กับอัจฉริยะที่เหมือนสวรรค์คอยป้อนข้าวให้จริง ๆ!
เธอขยันทำภารกิจแทบตาย แต่ระดับพลังพิเศษก็ยังขึ้นช้าราวกับเต่า ส่วนหูเหยี่ยนใช้แกนพลังงานปุ๊บก็เริ่มเลื่อนขั้น แถมยังปลุกพลังพิเศษสายไฟขึ้นมาได้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตอนเรียนก็อัดความรู้ใส่สมองจนเต็ม แต่ไม่เห็นจะปวดหัว พอลงมือทำงานก็คล่องแคล่วเหมือนมืออาชีพ จะไปร้องเรียนกับใครได้ล่ะ?
หูเหยี่ยนเห็นสีหน้าเหมือนยิ้มก็ไม่ใช่ ร้องไห้ก็ไม่เชิงของเสิ่นเหมยแล้วอดหัวเราะไม่ได้
เขายกมือลูบหัวเธอ ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ แต่น้ำเสียงกลับจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยเป็น “หวังว่าลูกของเราในอนาคตจะเป็นผู้ชายเหมือนฉัน ผู้หญิงเหมือนเธอนะ ไม่อย่างนั้นคงอยู่รอดในโลกสัตว์วิญญาณได้ยาก”
