ซุนอวี่โหรวมองแววคาดหวังในดวงตาของเฉินหยวน ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
“พอแล้ว ไม่แกล้งนายแล้ว มานั่งนี่สิ”
เฉินหยวนทำตามอย่างว่าง่าย แล้วนั่งลงข้างเธอ
เขารู้สึกว่าพี่ซุนเปลี่ยนไปมาก เมื่อสามปีก่อนซุนอวี่โหรวยังเป็นสาวน้อยที่ทำงานล่วงเวลาอยู่หน้าไลน์ผลิตในโรงงาน สวมชุดทำงานราคาถูก
สามปีผ่านไป เธอกลับมีผิวขาวเนียน ใบหน้าสวยได้รูป ระหว่างคิ้วและดวงตาแฝงเสน่ห์เย้ายวนกับความสุขุมที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งร่างยังเปี่ยมด้วยความงามสง่าแบบผู้ใหญ่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
“พี่ซุนเปลี่ยนไปเยอะเลย ผมแทบจำไม่ได้แล้ว” เฉินหยวนเอ่ยด้วยความรู้สึกจากใจ
ดูเหมือนว่าตลอดสามปีนี้ ทุกคนบนโลกจะเปลี่ยนแปลงกันหมด มีเพียงเขาที่ยังไร้เดียงสาเหมือนเดิม
“พูดอะไรของนาย ผ่านมาตั้งสามปีแล้ว ไม่เปลี่ยนแปลงก็รอวันตายสิ คิดว่าเมืองโมตูอยู่กันง่ายนักหรือไง? พี่อย่างฉันหนีออกจากหมู่บ้านมาตั้งแต่อายุสิบหก ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในสังคมด้วยตัวเอง หลายปีมานี้ถึงจะไม่ได้เรียนรู้อะไรมาก แต่ก็เข้าใจอยู่ข้อหนึ่งว่า อาศัยแค่แรงอย่างเดียวอยู่ไม่รอดหรอก ต้องใช้สมองด้วย”
เธอยื่นนิ้วเรียวยาวดุจหยกออกมา จิ้มหน้าผากเฉินหยวนเบา ๆ แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ฉันจะบอกให้ชัด ๆ เลยนะ คลับที่ฉันทำงานชื่ออวิ๋นหลานสุ่ยถิง เป็นสถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ที่ติดอันดับต้น ๆ ของเมืองโมตู ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ! ลูกค้าที่นี่ไม่รวยก็มีอำนาจ ทั้งเน็ตไอดอล ดารา เศรษฐีนี หรือซีอีโอหญิง มีให้เห็นเต็มไปหมด ถ้านายหัวไว รู้จักเอาใจลูกค้า เดือนหนึ่งได้เงินกลับบ้านสองหมื่นก็ไม่ใช่ปัญหา”
เฉินหยวนใจสั่นขึ้นมาทันที
สองหมื่น...เป็นตัวเลขที่เขาไม่เคยแม้แต่จะกล้าฝันถึง
“แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจไป” น้ำเสียงของซุนอวี่โหรวเคร่งขรึมขึ้น
“อวิ๋นหลานสุ่ยถิงคัดคนเข้มงวดมาก นายเพิ่งออกจากคุก แถมยังมีประวัติติดตัว ถ้าฉันไม่ฝากคนช่วยยัดนายเข้าไป พวกเขาคงไม่ยอมให้แม้แต่ก้าวเข้าประตู นายต้องทำตัวให้ดี พูดให้น้อย รู้จักสังเกต แล้วก็ว่องไว เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม เรื่องที่ไม่ควรมองก็อย่ามอง เรื่องที่ไม่ควรฟังก็อย่าฟัง จำได้ไหม?”
“จำได้ครับ” เฉินหยวนรีบพยักหน้า
ซุนอวี่โหรวมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“สภาพแบบนาย ต่อให้ไปก็มีแต่ทำฉันขายหน้า ทึ่มทื่ออย่างกับอะไรดี ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่สองบ้านเราสนิทกัน ฉันไม่มีทางแนะนำงานนี้ให้นายหรอก! จำไว้นะ ในสถานบันเทิงแบบนั้น หน้าหนาไว้ก่อนคือทักษะสำคัญที่สุด”
เฉินหยวนกัดฟัน “ผมฝึกได้”
ซุนอวี่โหรวเห็นท่าทีจริงจังของเขา มุมปากจึงค่อย ๆ ยกขึ้น เธอลุกจากโซฟาแล้วเดินไปทางห้องนอน พลางพูดว่า
“พูดอย่างเดียวไม่พอหรอก ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน อ้อ หยิบชุดชั้นในสีดำมาให้ฉันด้วย”
“หา?” เฉินหยวนยืนอึ้ง มองชุดชั้นในแล้วมองประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เพียงนิดเดียว ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี
“เร็วเข้า! ใกล้ถึงเวลาเข้างานแล้ว อย่าสายล่ะ”
“พี่ซุน ผม...”
“พอเลย ถ้าไม่มีความกล้าก็รีบไสหัวกลับหมู่บ้านไปซะ!”
เฉินหยวนกัดฟัน หน้าแดงใจเต้นแรงพลางหยิบชุดชั้นในขึ้นมา เดินไปที่หน้าประตูห้องนอนแล้วยื่นมือผ่านช่องประตูเข้าไป
สัมผัสนุ่มนิ่มทำให้ร่างของเขาราวกับถูกไฟฟ้าช็อต นั่นคือมือของพี่ซุน
เล็บที่ทำอย่างประณีตยังจงใจลากผ่านหลังมือเขาเบา ๆ
เฉินหยวนรีบชักมือกลับ
จากด้านในมีเสียงสวบสาบของการสวมเสื้อผ้าดังขึ้น ครู่ต่อมาเธอก็ผลักประตูออกมา
เฉินหยวนเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วสายตาก็หยุดค้างอยู่ตรงนั้น
ซุนอวี่โหรวเปลี่ยนมาสวมเดรสรัดรูปสีดำ เอวคอดจนชุดโอบรับส่วนเอวอันบอบบางของเธอไว้ ราวกับใช้มือข้างเดียวก็โอบได้รอบ
คอเสื้อเว้าลึกกำลังพอดี เป็นช่องเปิดที่ชวนให้จินตนาการเตลิดไปไกล!
ผมยาวถูกรวบไว้ข้างหนึ่งอย่างลวก ๆ เท้าก็ยังไม่ได้สวมรองเท้า แม้ไม่ได้แต่งหน้า เธอก็ยังดูสวยน่ารักขึ้นอีกหลายส่วน
“เป็นไงบ้าง? ฉันสวยไหม?” ซุนอวี่โหรวยิ้มอย่างเขินอาย
ลูกกระเดือกของเฉินหยวนขยับขึ้นลง “สวยครับ!”
ซุนอวี่โหรวบิดเอวเดินกลับเข้าห้องนอน ยกเท้าขึ้นแล้วเชิดคางส่งสัญญาณให้เฉินหยวน
“ใส่ให้ฉันหน่อย”
เฉินหยวนก้มลงมอง เห็นรองเท้าส้นสูงสีดำวางอยู่ข้าง ๆ ชัดเจนว่าพี่ซุนหมายถึงอะไร
“ฉันไม่อยากพูดซ้ำเป็นรอบที่สองนะ” ซุนอวี่โหรวขยับเท้าเรียวเล็กอย่างไม่พอใจ
“อยู่ในที่แบบอวิ๋นหลานสุ่ยถิง นายต้องเรียนรู้ว่าจะเอาใจคนยังไง ทั้งชงชา รินน้ำ หรือช่วยถือรองเท้า นั่นเป็นแค่พื้นฐาน! ถ้าปล่อยให้ศักดิ์ศรีนิด ๆ หน่อย ๆ มาขวางทาง ก็อย่าไปเลย จะได้ไม่ขายหน้า”
เฉินหยวนเข้าใจแล้ว
ที่แท้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องจนถึงตอนนี้ พี่ซุนกำลังทดสอบเขาอยู่!
คิดได้ดังนั้น เขาก็ก้มลงหยิบรองเท้าส้นสูงขึ้นมา
เขาย่อตัวลง มือข้างหนึ่งประคองข้อเท้าของซุนอวี่โหรว ส่วนอีกข้างประคองปากรองเท้าให้ตรงกับปลายเท้าของเธอ
ผิวสัมผัสเนียนนุ่ม ทั้งยังมีกลิ่นสบู่อาบน้ำจาง ๆ ทำให้หัวใจเฉินหยวนเต้นเร็วขึ้น
“พอแล้ว ลุกขึ้นเถอะ” ซุนอวี่โหรวชักเท้ากลับ สีหน้าสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“จำที่ฉันบอกวันนี้ไว้ ถ้าอยากหาเงิน ก็อย่ามองตัวเองเป็นคน”
เฉินหยวนลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง “ผมจำไว้แล้วครับ พี่ซุน”
“รอฉันแต่งหน้าก่อน เดี๋ยวไปที่คลับพร้อมกัน แล้วไปรายงานตัว!” ซุนอวี่โหรวพยักหน้าอย่างพอใจ
......
อวิ๋นหลานสุ่ยถิงตั้งอยู่ในย่านคึกคักของเมืองโมตู มีพื้นที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา
เฉินหยวนทำตัวเหมือนคนบ้านนอก พอเข้ามาก็เบิกตากว้าง มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตะลึง
“นี่สินะเมืองใหญ่ สวยจริง ๆ” เขาอดเอ่ยปากชมไม่ได้
เทียบกับเมืองเล็ก ๆ ในอำเภอบ้านเกิด ที่นี่แทบจะเหมือนพระราชวัง!
ซุนอวี่โหรวไม่ได้หัวเราะเยาะเขา ที่จริงแล้วเธออยากช่วยดึงน้องชายที่เติบโตมาจากหมู่บ้านเหมือนกันให้ก้าวหน้าอย่างจริงใจ!
ทั้งคู่มาถึงห้องพักผ่อน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน ซุนอวี่โหรวจึงหาเสื้อสูทสีดำชุดหนึ่งให้เฉินหยวน
“เปลี่ยนชุดซะ ตั้งแต่วันนี้นายเป็นพนักงานบริการของอวิ๋นหลานสุ่ยถิง รับผิดชอบห้องรับรองหมายเลขสามในเขตวีไอพี ใส่วิทยุสื่อสารให้เรียบร้อย มีอะไรก็ติดต่อฉันได้ตลอด”
เฉินหยวนรีบเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัว พอเดินออกมา ซุนอวี่โหรวก็ถึงกับตาเป็นประกาย
เขาว่ากันว่าเสื้อผ้าช่วยเสริมบุคลิก ตอนนี้เฉินหยวนดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ทั้งที่เป็นแค่ชุดทำงาน แต่กลับเหมือนตัดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ โดยเฉพาะช่วงไหล่ที่กว้าง ทำให้เสื้อสูทดูสง่าผ่าเผย ชายกางเกงทิ้งตัวตรงลงมาถึงหลังเท้า ยิ่งทำให้ขาทั้งสองข้างดูเรียวยาวเป็นพิเศษ
เมื่อรวมกับใบหน้าหล่อเหลาและคมเข้มของเฉินหยวน ลุคนี้ถ้าอยู่ในวงการบันเทิงก็ข่มดาราชายไอดอลได้เป็นแถว
ถ้าอยู่ในแวดวงธุรกิจก็แกล้งทำเป็นเจ้าพ่อได้สบาย!
ซุนอวี่โหรวเผลอเลียริมฝีปาก แล้วยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าอกเขาอย่างทึ่ง ๆ
“แต่งแบบนี้แล้วฉันยังใจสั่นเลยนะ”
แก้มเฉินหยวนแดงขึ้น “พี่ซุน อย่าล้อผมเล่นเลยครับ”
“พูดจริงนะ ถ้าไปเป็นพนักงานบริการก็น่าเสียดาย ไม่งั้นนายไปเป็นนายแบบดีไหม?”
“นายแบบคืออะไรครับ?”
“ก็แบบ...ไปนอนกับลูกค้าไง”
“หา?” เฉินหยวนยืนงงอยู่สองวินาทีกว่าจะเข้าใจ แล้วก็อ้าปากค้างไปชั่วขณะ
