กู้เหมียนหอบหายใจ กว่าจะตั้งสติได้ก็เงยหน้าขึ้นจ้องเขาเขม็ง “ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันโทรหาอิ่นลั่วเซวี่ยตอนนี้ ก็ปล่อยฉันซะ ถ้าเธอรู้ว่าคุณมาสบจูบฉันอย่างเร่าร้อนตอนดึกดื่นแบบนี้ ไม่แน่อาจโกรธจนเข้าโรงพยาบาลอีก”
ลี่ถิงเซินหรี่ตาลง นัยน์ตาลึกล้ำจนหยั่งอารมณ์ไม่ออก “เธอกล้าขู่ฉันงั้นเหรอ”
“ฉันพูดความจริง”
ลี่ถิงเซินกดเธอไว้กับรถแน่นหนา “ถ้าเธอไม่รังเกียจที่จะให้เธอได้ยินเสียงร้องที่เธอไม่อาจห้ามใจตอนอยู่ใต้ร่างฉัน เธอก็โทรเลยสิ...ว่าแล้วก็จริง พวกเราไม่ได้ทำกันในรถมานานแล้ว เอาเลยตอนนี้เลยดีไหม เธออยากทำที่เบาะหน้าหรือเบาะหลังดี อืม”
กู้เหมียนกลัวว่าเขาจะลุกล้ำ ร้อนรนจนปลายนิ้วสั่นระริก “อิ่นลั่วเซวี่ยเป็นคนบอบบาง จะไปมีหัวใจที่แข็งแกร่งพอรับเรื่องแบบนี้ได้ที่ไหนกัน ถ้าโกรธจนตายไป คุณก็คงไม่เจ็บปวดใจแย่เลยหรือ”
ลี่ถิงเซินหมดอารมณ์ในทันที ปล่อยเธอออก “ได้ ฉันไม่แตะต้องเธอ แต่คืนนี้เธอต้องกลับบ้านกับฉัน”
กู้เหมียนรีบถอยห่างจากเขาในทันใด “ฉันบอกคุณแล้ว ฉันจะหย่ากับคุณ การตัดสินใจของฉัน จะไม่เปลี่ยนแปลง”
ลี่ถิงเซินมองเธอด้วยแววตาเคร่งขรึม “ได้ เธอมีศักดิ์ศรี แต่ฉันอยากดูนักว่า ศักดิ์ศรีของเธอจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน”
กู้เหมียนมองโรลส์-รอยซ์ที่ขับเคลื่อนจากไป ถอนหายใจอย่างโล่งอก หันหลังแล้วขึ้นตึกไป
......
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้เหมียนก็เริ่มส่งประวัติส่วนตัว
แต่ตลอดสองวันเต็ม ๆ ประวัติที่ส่งไปนั้นไม่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ก็ถูกปฏิเสธกลับมา
กู้เหมียนเป็นนักเรียนหัวกะทิตั้งแต่เด็ก เรียนข้ามชั้นมาตลอด จนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเมืองไห่เฉิงตอนอายุสิบเก้า
