ที่แท้เขาขนาดไม่มีเวลามายุ่งเรื่องหย่า รีบร้อนออกไปก็เพื่อไปอยู่กับอิ่นลั่วเซวี่ย
ความเจ็บแปลบที่คุ้นเคยกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของกู้เหมียน ปวดร้าวเสียจนแทบชา
สองปีหลังจากแต่งงาน เธอมักจะเห็นอิ่นลั่วเซวี่ยโพสต์รูปหวานบนโมเมนต์อยู่บ่อย ๆ
ตอนนั้นเธอขัดแย้งในใจยิ่งนัก รู้ทั้งรู้ว่าดูแล้วเศร้า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบดู
แต่ตอนนี้ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกทรมานตัวเองแบบนี้
กู้เหมียนขยับนิ้ว ลบวีแชทของลี่ถิงเซินและอิ่นลั่วเซวี่ยทีละคน
เธอแช่น้ำจนเสร็จสรรพ เพิ่งจะสวมเสื้อผ้า จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นสายที่ลี่ถิงเซินโทรมา
เขาไม่ได้อยู่กับอิ่นลั่วเซวี่ยหรอกหรือ ทำไมถึงมีเวลาโทรหาเธอ
กู้เหมียนลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็รับสาย "ถิงเซิน?"
"เธอลบวีแชทของลั่วเซวี่ยหรือ"
"ใช่ มีอะไรหรือ"
"เธอยังมีหน้าไปถามว่ามีอะไร?" ลี่ถิงเซินโกรธจนแทบระเบิด "ลั่วเซวี่ยรู้ว่าเธอออกจากคุก เดิมทีตั้งใจจะมาทักทายถามไถ่เธอ แต่กลับพบว่าตัวเองโดนเธอลบ เธอเลยคิดว่าเธอยังเกลียดเธออยู่ พอนึกถึงตอนที่ถูกเธอผลักตกตึก อารมณ์ก็ทรุดหนักเลย! กู้เหมียน เธอจะเลิกหาเรื่องได้ไหม"
คำถามและคำเหน็บแนมของเขาทำให้หัวใจกู้เหมียนเจ็บประหนึ่งถูกมีดกรีด เธอฝืนกล้ำกลืนความเจ็บปวด เอ่ยปากพูด "ถิงเซิน การลบวีแชทของเธอเป็นสิทธิเสรีภาพของฉัน"
"ใช่ มันเป็นสิทธิเสรีภาพของเธอ แต่เธอเป็นคนป่วย!" ลี่ถิงเซินย้ำ "แถมยังต้องนั่งรถเข็นเพราะเธออีก อารมณ์อ่อนไหวเปราะบางเป็นทุนเดิม เธอควรจะใส่ใจความรู้สึกของเธอบ้างไหม!"
กู้เหมียนหลับตาลง เผยรอยยิ้มขมขื่น "ในเมื่อดวงใจของเธอบอบบางขนาดนี้ ฉันก็ยิ่งควรอยู่ห่าง ๆ จะได้ไม่ต้องมาโทษฉันอีกเวลาไปชนนั่นกระแทกนี่"
"กู้เหมียน เธอ..."
กู้เหมียนตัดสายทันที พลางบล็อกเบอร์ของลี่ถิงเซินไปด้วย
เธอแต่งตัวเรียบร้อยเดินลงมาชั้นล่าง ต้มบะหมี่กินเองหนึ่งชาม แล้วตรงไปที่สุสาน
ฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย กู้เหมียนกางร่ม ยืนอยู่หน้าหลุมศพของคุณยายนานแสนนาน
ตอนกลับมาถึงอวิ๋นเยว่วันก็เป็นเวลาเย็นย่ำแล้ว พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นลี่ถิงเซินนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก
กู้เหมียนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ปกติเขาไปอยู่กับอิ่นลั่วเซวี่ยทีก็ทั้งวัน ต้องกล่อมให้เธอหลับแล้วถึงจะกลับมา
กู้เหมียนไม่อยากสืบเสาะความผิดปกติของเขา และไม่ได้สนใจเขาเลย เดินตรงขึ้นไปชั้นบน
"หยุดนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาของชายหนุ่มดังมาจากด้านหลัง
กู้เหมียนหยุดฝีเท้า
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาดำล้ำลึกจ้องมองใบหน้าเธอ "กู้เหมียน เธอนี่เก่งขึ้นนะ กล้าวางสายฉัน แถมยังกล้าบล็อกฉันอีก?"
กู้เหมียนยกเท้าจะก้าวเดินต่อ แต่ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือไว้แน่น "พูดด้วย นั่งคุกจนหูหนวกแล้วหรือไง"
หัวใจของกู้เหมียนถูกเสียดแทงอย่างแรง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา "ใช่ ฉันติดคุก ชีวิตพังพินาศหมดแล้ว พวกเธอยังไม่พอใจอีกหรือไง"
ลี่ถิงเซินเห็นดวงตาคู่แดงก่ำของเธอ คิ้วขมวดเข้าหากัน "ร้องไห้มา? เธอไปเยี่ยมคุณยายที่สุสานมาแล้วหรือ"
กู้เหมียนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "ฉันไม่มีโอกาสได้เฝ้าศพและส่งวิญญาณท่านให้ไปสู่สุคติ ตอนนี้แค่ไปดูท่านยังต้องให้เธออนุญาตอีกหรือ"
แววตาของลี่ถิงเซินหม่นลงเล็กน้อย "กู้เหมียน วันนั้นที่ยืนกรานให้เธอกลับไปที่คุก ก็เพราะกลัวว่าเธอจะเสียใจเกินไป"
"กลัวว่าฉันจะเสียใจ?" กู้เหมียนหัวเราะออกมาทันที เป็นเสียงหัวเราะที่อาลัยอาวรณ์ "ขนาดโกหกฉัน เธอยังไม่ยอมใส่ใจหน่อยหรือ ถึงใช้ข้ออ้างตื้น ๆ แบบนี้"
เธอสะบัดมือหลุดจากชายหนุ่ม "ถิงเซิน ฉันเหนื่อยแล้ว หย่ากันเถอะ"
......
กู้เหมียนกลับไปที่ห้องแต่งตัวในห้องนอนใหญ่ หยิบกระเป๋าเดินทางเก่า ๆ ใบหนึ่งออกมา แล้วเริ่มเก็บข้าวของ
ของที่ตระกูลลี่ให้หลังแต่งงาน เธอจะไม่เอาติดตัวไปสักชิ้น เพราะฉะนั้นของจึงไม่มาก
"กู้เหมียน เธอจะเลิกก่อกวนได้หรือยัง" เสียงชายหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความรำคาญดังมาจากด้านหลัง "แค่นั่งคุกหนึ่งปีเองไม่ใช่หรือ ยิ่งกว่านั้นฉันยังกำชับเป็นพิเศษ ไม่ให้เธอต้องลำบากแม้แต่น้อยในนั้น เธอยังจะเอาอะไรอีก"
มือที่กำลังเก็บเสื้อผ้าของกู้เหมียนชะงักไป หันไปมองเขา "เธอกำชับก็จริง อาหารของฉันในนั้นต่างจากนักโทษคนอื่น ในแต่ละมื้อนอกจากตับหมูก็เป็นผักปวยเล้ง ล้วนเป็นของบำรุงเลือด เพราะฉันต้องคอยถ่ายเลือดให้อิ่นลั่วเซวี่ยตลอดเวลา"
ลี่ถิงเซินขมวดคิ้ว "สรุปแล้ว เธอก็ยังถือสาเรื่องของลั่วเซวี่ยอยู่ดี กู้เหมียน การที่ให้เธอถ่ายเลือดให้ลั่วเซวี่ยก็เพื่อช่วยชีวิต เธอเองก็เรียนแพทย์มา น่าจะมีจิตใจของหมอที่เปี่ยมด้วยเมตตา แถมฉันก็ชดเชยให้เธอแล้วด้วย"
"จิตใจของหมอที่เปี่ยมด้วยเมตตาอย่างนั้นหรือ" กู้เหมียนหัวเราะออกมาตรง ๆ "เธอเคยเห็นหมอที่ไหนถ่ายเลือดช่วยคนไข้เสียจนแทบตายบ้าง"
"ส่วนเรื่องที่เธอบอกว่าชดเชย หมายถึงพวกนี้ใช่ไหม"
กู้เหมียนยกมือขึ้นชี้ไปที่กระเป๋าซึ่งเรียงรายอยู่เต็มผนัง กระเป๋าเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันอย่างน้อยก็หลายร้อยล้าน เป็นความฝันของผู้หญิงตั้งหลายคน
"ถ่ายเลือดทีก็ซื้อกระเป๋าให้ทีหนึ่ง แล้วก็เป็นของที่อิ่นลั่วเซวี่ยเลือกเหลือด้วยใช่ไหม"
กระเป๋าทุกใบที่มาถึงมือเธอ ล้วนเป็นของที่อิ่นลั่วเซวี่ยเป็นคนเลือก แล้วลี่ถิงเซินเป็นคนจ่ายเงิน
อิ่นลั่วเซวี่ยเลือกใบที่ตัวเองชอบไปก่อน จากนั้นก็เลือกใบที่เหลือให้กู้เหมียนอีกใบ ซึ่งมักเป็นแบบที่ดูอลังการเกินเหตุ ถึงราคาจะแพงลิบลิ่ว แต่ไม่มีสักใบที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้
เธอไม่เคยพูดว่าอยากได้กระเป๋า แต่พวกเขาต่างก็คิดว่า ถ่ายเลือดครั้งหนึ่งแลกกระเป๋าหนึ่งใบ เป็นเธอนั่นแหละที่ได้กำไร
กู้เหมียนยิ้มจาง ๆ "กระเป๋าพวกนี้ฉันจะไม่เอาติดตัวไปสักใบ เพราะฉันไม่เคยคิดจะขายเลือดของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว"
ลี่ถิงเซินยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว
ตั้งแต่แต่งงานมา กู้เหมียนเชื่อฟังอ่อนโยนตลอด บางครั้งอาจจะงอนขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยขัดขืนเขา และไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดถึงเพียงนี้
ลี่ถิงเซินจับไหล่เธอไว้ น้ำเสียงอ่อนลงหลายส่วน "ฉันรู้ว่าเธอเพิ่งออกจากคุกมา อารมณ์ไม่ดี เลิกงอแงได้ไหม เราลงไปกินข้าวกันเถอะ ฉันให้แม่บ้านหยางทำกับข้าวที่เธอชอบไว้แล้ว"
กู้เหมียนผลักมือเขาออก ลากกระเป๋าเดินทางออกไปข้างนอก
วินาทีต่อมา จู่ ๆ ร่างกายของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นจากพื้น ชายหนุ่มอุ้มเธอไว้ในท่าเจ้าสาว
ก่อนที่กู้เหมียนจะทันได้ขัดขืน เธอก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่ม ๆ แล้ว
ชายหนุ่มข่มทับเธอไว้ มือทั้งสองของกู้เหมียนถูกเขาคว้ามัดไว้เหนือศีรษะง่ายดาย
กลิ่นอายฟีโรโมนชายที่คุ้นเคยกรุ่นเข้ามาใกล้ ลี่ถิงเซินก้มหน้าลงจูบที่ข้างหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือด้วยเสน่ห์เย้ายวนน่าหลงใหล "คุณนายลี่ เลิกโกรธได้หรือยัง คืนนี้ผมจะทำให้คุณมีความสุขไปจนกว่าจะพอใจเลยดีไหมครับ"
หัวใจของกู้เหมียนเต้นระรัวถี่รัวขึ้นทันใด!
ก่อนหน้านี้เวลาที่เธอโกรธเป็นครั้งคราว มักจะต้านทานการยั่วยวนของเขาไม่ไหว และก็หายโกรธอย่างรวดเร็ว
ต่อมาเขาคงจะรู้สึกว่ามันสนุก ทุกครั้งที่เห็นเธอไม่มีความสุข ก็จะดึงเธอไปมีสัมพันธ์
ในเรื่องบนเตียง เขาชอบบงการและควบคุมเป็นที่สุด ทุกครั้งกู้เหมียนจะถูกเขารังแกจนร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิต ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรเธอก็ตอบตกลงไปเสียทุกอย่าง
ลมหายใจของชายหนุ่มหนักขึ้นเล็กน้อย ระหว่างที่จูบริมฝีปากของเธอ มือก็ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกด้วย
กู้เหมียนได้สติขึ้นมาทันที รีบดิ้นรนขัดขืนอยากหลุดพ้นจากการพันธนาการของเขา "อย่า... ฉันไม่อยาก..."
"ไม่อยากหรือครับ" ลี่ถิงเซินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยตัณหาจับจ้องมองหญิงสาวเบื้องล่างด้วยความสนใจ "ตอนนี้ก็บอกว่าไม่อยาก อีกเดี๋ยวก็เป็นเธอนั่นแหละที่จะพันแข้งพันขาฉันแล้วร้องว่ายังอยากได้อีก..."
ใบหน้าของกู้เหมียนแดงซ่านไปถึงติ่งหู เหมือนจะหยดเลือดออกมาได้
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ก้มศีรษะลงจูบซอกคอของเธอ "หนึ่งปีที่เธอไม่อยู่ ฉันเองก็ทุกข์ใจ... อย่างน้อยก็สามร้อยคืนที่ได้แต่ทำงานล่วงเวลา ถึงจะควบคุมตัวเองให้สงบลงได้..."
ภายนอกหน้าต่างบานกว้าง ม่านราตรีแผ่คลุม มีเพียงสายฝนที่ยังคงไม่หยุดตกพรำ ๆ แต่อุณหภูมิภายในห้องกลับร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ
แต่งงานกันมาสามปี ลี่ถิงเซินรู้สรีระของกู้เหมียนอย่างทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว เขายั่วยวนปลุกเร้าเธอด้วยความชำนาญ
กู้เหมียนตัวสั่นเกร็งไปทั้งร่าง เธอพยายามรักษาสติเพื่อจะดิ้นหลุดให้พ้น ทว่าชายหนุ่มกลับเหมือนตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะลากเธอให้จมดิ่งลงไปด้วย
"กู้เหมียน ให้ฉันเถอะ..."