หัวใจของกู้เหมียนเจ็บปวดแทบหยุดหายใจ เธอฉวยขากางเกงของลี่ถิงเซิน ร้องขอทั้งน้ำตา "ถิงเซิน ฉันขอร้องล่ะ ช่วยฉันติดต่อประสานงานกับเรือนจำหน่อย คุณยายเพิ่งเสีย ฉันต้องอยู่จัดการงานศพ เฝ้ายาม และส่งวิญญาณท่านครั้งสุดท้าย"
ลี่ถิงเซินขมวดคิ้ว "เรือนจำน่ะ ไม่ใช่ที่ที่ใช้เงินฟาดหัวแล้วจะเข้าไปจัดการได้ง่าย ๆ ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่จะพูดอะไรก็ขอให้ใช้ความคิดบ้าง"
"ไม่ได้ใช้ความคิดงั้นเหรอ?" กู้เหมียนเงยหน้ามองเขา "ฉันถูกขังคุกสิบเอ็ดเดือน ถูกพาตัวออกจากคุกไปถ่ายเลือดให้อิ่นลั่วเซวี่ยถึงสี่ครั้ง ไม่ใช่เพราะนายใช้เงินจัดการทั้งนั้นหรือไง? แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้ล่ะ?"
"มันไม่เหมือนกัน"
"ไม่เหมือนกันตรงไหน?" กู้เหมียนสะกดกลั้นความโศกเศร้าไว้ แล้วอ้อนวอนต่อไป "ฉันรู้ว่าในใจของนาย ไม่มีใครสำคัญเท่าอิ่นลั่วเซวี่ย แต่คนตายแล้วต้องให้เกียรติ คุณยายเลี้ยงดูฉันมาจนโต ท่านยังอยู่ ฉันก็ติดคุก ไม่มีโอกาสได้ปรนนิบัติดูแลตอนท่านใกล้ตาย พอตายแล้ว อย่างน้อยฉันก็ต้องเฝ้าศพส่งวิญญาณ จะปล่อยให้ท่านโดดเดี่ยวเดียวดาย ไม่มีใครเห็นใจตอนสิ้นลมไม่ได้หรอก ถิงเซิน ฉันขอร้องนายอย่างจริงใจ"
"เธอยังมีคุณลุงอีกคนไม่ใช่เหรอ? ฉันก็จะช่วยด้วย จะให้คุณยายจากไปอย่างสมเกียรติ"
"นี่ไม่ใช่เรื่องเงิน" น้ำตาของกู้เหมียนไหลไม่หยุด "คนตายไปแล้ว ต่อให้ทุ่มเงินเท่าไหร่จัดงานศพก็ไม่มีความหมาย ฉันแค่อยากอยู่ส่งคุณยายเป็นครั้งสุดท้าย ถิงเซิน ถ้านายยอม หลังจากนี้ ไม่ว่าฉันต้องถ่ายเลือดให้อิ่นลั่วเซวี่ยอีกเท่าไหร่ ฉันก็ยอม!"
"เธอคิดว่าการถ่ายเลือดเป็นข้อต่อรอง เป็นเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนงั้นเหรอ?" ลี่ถิงเซินยืนมองเธอจากมุมสูง น้ำเสียงทุ้มต่ำเยียบเย็นราวกับหิมะที่ไม่มีวันละลาย "กู้เหมียน นี่คือสิ่งที่เธอเป็นหนี้ลั่วเซวี่ยต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ หล่อนก็คงไม่ต้องนั่งรถเข็น"
กู้เหมียนหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด
เมื่อหนึ่งปีก่อน อิ่นลั่วเซวี่ยตกบันได บาดเจ็บที่กระดูกสันหลังช่วงเอว ทำให้ส่วนล่างเป็นอัมพาต แล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือของกู้เหมียน
ไม่มีใครในบ้านตระกูลลี่เชื่อกู้เหมียนเลยสักคน ทั้งที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีพยาน เธอไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้
สุดท้าย สามีของเธอ ลี่ถิงเซินก็เอ่ยกับเธอว่า "กู้เหมียน ลั่วเซวี่ยเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ถ้าเธอไม่ยอมรับโทษตามกฎหมาย หล่อนก็คงไม่มีวันกล้ำกลืนความเจ็บใจนี้ลงคอได้ ทำร้ายคนจนพิการต้องโทษสามถึงสิบปี แต่ลั่วเซวี่ยเป็นคนจิตใจดี ขอแค่ให้เธอติดคุกหนึ่งปีเพื่อรับโทษเล็กน้อยและตักเตือนไว้"
กู้เหมียนได้แต่รู้สึกขำขื่น
แน่นอนว่าเธอไม่ยอม และเรียกร้องให้ตำรวจเข้ามาสืบสวน
ทว่าในตอนนั้นเอง อิ่นลั่วเซวี่ยกลับนำคลิปวิดีโอหนึ่งออกมา ภายในคลิปเป็นภาพของกู้เหมียนกำลังผลักหล่อนตกบันได เป็นการมัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุดโดยสมบูรณ์
เธอไม่มีวันลืมแววตาที่ทุกคนในบ้านตระกูลลี่มองเธอ ตอนที่คลิปนั้นถูกเปิดขึ้นมา
ชิงชัง เกลียดกลัว ราวกับว่าแม้แต่การได้หายใจร่วมอากาศเดียวกับเธอก็ยังสกปรก...
........
สุดท้ายกู้เหมียนก็ถูกบอดี้การ์ดของลี่ถิงเซินพาตัวกลับเรือนจำ
เพราะเสียเลือดมากและโศกเศร้าเกินไป เธอนอนซมอยู่บนเตียงถึงสองวันเต็ม ๆ
จนวันที่สาม ในห้องกิจกรรมของเรือนจำ โทรทัศน์กำลังรายงานข่าวงานเลี้ยงวันเกิดของอิ่นลั่วเซวี่ย
ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทลี่ทุ่มเงินเป็นไม่สน ควักกระเป๋าหนึ่งร้อยล้านจัดงานวันเกิดให้คนรู้ใจสาวงาม
ในภาพ อิ่นลั่วเซวี่ยแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ก็มิอาจบดบังความงามสดใสอบอวลของหล่อนได้
ลี่ถิงเซินยืนเคียงข้างอิ่นลั่วเซวี่ย คอยเอาอกเอาใจดูแลหล่อนไม่ให้ขาด ป้อนนั่นป้อนนี่นี่ให้ สีหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ช่างเป็นคู่หนุ่มสาวรูปงามสมฐานะกันเสียจริง
กู้เหมียนน้ำตาอาบแก้มดั่งสายฝน
วันนี้คืองานฝังศพคุณยายแท้ ๆ ทั้งที่เขารับปากว่าจะไปช่วยจัดการ แต่กลับกลายเป็นว่ามาฉลองวันเกิดให้รักแรกของเขา
ณ บัดนั้น บัดเดี๋ยวนั้นเอง กู้เหมียนก็เข้าใจในที่สุด
ที่แท้แล้ว คนที่ไม่ได้รักเธอ ต่อให้เธอทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา ก็ไม่มีทางที่เขาจะตอบสนองกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว
กู้เหมียนแอบซ่อนความลับหนึ่งไว้ในหัวใจมาตลอด เธอแอบรักลี่ถิงเซินมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว
เดิมทีแล้วเขาคือเทพเจ้าที่สูงส่งเกินเอื้อม ส่วนเธอเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญไร้ตัวตนคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชน
เหมือนเส้นขนานสองเส้นที่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้ แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผันเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งหนึ่ง
สามปีก่อน ลี่ถิงเซินประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บาดเจ็บหนัก กลายเป็นเจ้าชายนิทรา
ตระกูลลี่ออกตามหาหมอชื่อดังทั่วทุกสารทิศ ก็ไม่มีทางเยียวยา
คุณย่าตระกูลลี่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย จึงเสนอให้หาภรรยามาแต่งงานกับลี่ถิงเซิน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์
แต่อิ่นลั่วเซวี่ยซึ่งเป็นคู่หมายที่คลุมถุงชนมาตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง กลับถูกลักพาตัวไปอย่างกะทันหันในเวลานั้น
เมื่อเพ่งมองดูแล้ว ฤกษ์งามยามดีกำลังจะมาถึง คุณย่าตระกูลลี่จนใจต้องเสาะแสวงหาเด็กสาวที่มีวันเดือนปีเกิดตรงตามต้องการอีกครั้ง และก็ได้มาพบกับกู้เหมียนซึ่งทำงานพิเศษเป็นผู้ช่วยพยาบาลให้ตระกูลลี่อยู่เข้าโดยบังเอิญ
เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับปาก คุณยายที่กำลังป่วยของกู้เหมียนจะได้เข้าพักรักษาในโรงพยาบาลในเครือของกลุ่มบริษัทลี่ โดยเป็นการรักษาฟรี
โรงพยาบาลของตระกูลลี่เป็นโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ ราคาค่ารักษาแพงระยับ คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางจ่ายไหวแน่นอน
กู้เหมียนไม่ได้คิดลังเลเลยสักนิด รับตกลงในทันที
ทว่าไม่มีใครรู้ว่า ที่เธอตกลงไปนั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อคุณยาย หากแต่ยังเพื่อให้สมใจในรักของตัวเองด้วย
เพราะก่อนหน้านั้น เธอแอบชอบลี่ถิงเซินมาแล้วเจ็ดปีเต็ม ๆ ชอบถึงขนาดที่ว่า ถึงเขาไม่มีทางฟื้นขึ้นมา เธอก็ยินดีจะคอยอยู่เคียงข้าง ปรนนิบัติดูแลเขาไปตลอดชีวิต
หนึ่งเดือนต่อมา ลี่ถิงเซินก็ฟื้นขึ้นมาอย่างอัศจรรย์
เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลี่ถิงเซินก็เดือดดาลเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก และขอหย่าทันที
แต่พอเขามารู้เข้าโดยบังเอิญว่ากู้เหมียนเป็นผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปหายากเลือดกรุ๊ปหนึ่ง เรื่องการหย่ากลับถูกระงับไว้ ไม่มีการเอ่ยถึงอีกเลย
นับจากนั้น กู้เหมียนก็กลายเป็นแหล่งเลือดเคลื่อนที่ของอิ่นลั่วเซวี่ย
เพื่อทำให้ลี่ถิงเซินมีความสุข กู้เหมียนไม่เคยปริปากว่าเลยสักครั้ง
ตลอดสองปีนั้น เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจดูแลเขา ดูแลครอบครัวของเขา พยายามทำหน้าที่ภรรยาอย่างดีที่สุด กระทั่งถูกใส่ความจนต้องโทษติดคุก
สิบปี สิบปีเต็ม ๆ
รักที่บริสุทธิ์ที่สุดของเธอ การทุ่มเทที่ไม่เห็นแก่ตัวที่สุดของเธอ ล้วนมอบให้กับลี่ถิงเซิน แล้วเธอได้อะไรกลับคืนมาล่ะ?
คือการที่ดวงตากับหัวใจของเขามีเพียงอิ่นลั่วเซวี่ย ไม่แยแสไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย
บางที เธออาจจะคิดผิดเอง ที่ไม่รู้จักประมาณตนบังอาจเพ้อฝันว่าสักวันหนึ่ง เขาจะละสายตาจากอิ่นลั่วเซวี่ย แล้วหันมามองเห็นตัวตนของเธอบ้าง
........
ในวันที่กู้เหมียนออกจากคุก ฝนลงเม็ดพรมปรอย ๆ
ไม่มีใครมารับเธอ เธอต่อรถเมล์หลายต่อจนกลับมาถึงย่านอวิ๋นเยว่วันที่ลี่ถิงเซินพักอาศัย ตัวเธอเปียกมะล่อกมะแล่กไปทั้งร่าง
เปิดประตูระบบสแกนนิ้วมือเดินเข้าไป ก็ปะทะเข้ากับลี่ถิงเซินที่เดินลงมาจากชั้นบนบันได
เทียบกับลี่ถิงเซินที่แต่งเนื้อแต่งตัวหล่อเหลาราวกับเดินออกมาจากสูทโชว์รูม ในตอนนี้ กู้เหมียนอยู่ในสภาพมอมแมมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ลี่ถิงเซินเห็นเธอเข้า ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ "เธอกลับมาได้ยังไง?"
กู้เหมียนปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย พลางตอบเสียงแผ่วเบา "วันนี้ฉันพ้นโทษค่ะ"
"ขอโทษด้วย ฉันจำไม่ได้" ลี่ถิงเซินเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอสองวินาที "เธอพักผ่อนเสียให้ดี ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อย"
"ถิงเซิน" กู้เหมียนรั้งเขาไว้ "ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"
ลี่ถิงเซินยกมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ "ฉันรีบ มีอะไรก็รอให้ฉันกลับมาก่อนค่อยพูด"
ขณะกำลังจะเดินสวนกันไป กู้เหมียนยกมือคว้าปลายแขนเสื้อสูทของเขาไว้ "แค่ประโยคเดียว"
ลี่ถิงเซินถูกบังคับให้ต้องหยุดฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติปรากฏแววรำคาญขึ้นมาบาง ๆ "พูดมาเถอะ"
กู้เหมียนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างอันสมบูรณ์แบบและได้รูปของเขา รอยยิ้มบางเบาผุดพรายบนใบหน้า แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นเป็นพิเศษ "ถิงเซิน เราหย่ากันเถอะค่ะ"
ลี่ถิงเซินชะงักค้าง หันขวับมามองเธอ เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ "แค่เพราะฉันไม่ได้รับเธอออกจากคุก เธอถึงอยากจะหย่ากับฉันงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่เพราะสาเหตุนั้นหรอกค่ะ" กู้เหมียนกระตุกยิ้มมุมปาก "ฉันคิดอยากจะหย่ากับคุณจริง ๆ รอคุณว่างเมื่อไหร่ เราก็ไปจัดการเรื่องใบหย่ากันให้เรียบร้อย"
"กู้เหมียน ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาและไม่มีอารมณ์จะมาเป็นเพื่อนเธอก่อเรื่อง" ใบหน้าชายหนุ่มฉายแววขุ่นเคือง เขาผลักมือเธอออกตรง ๆ "ไปอาบน้ำล้างสมองให้ตื่นก่อนดีกว่า"
ลี่ถิงเซินเปิดประตูจากไป กู้เหมียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
เธอไม่ตื่นรู้พอแล้วอย่างนั้นหรือ?
ไม่เลย เธอตื่นรู้ดีมากต่างหาก
ไม่เคยตื่นรู้เท่าครั้งนี้มาก่อนเลย
........
กู้เหมียนขึ้นไปชั้นบน เปิดน้ำแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ หยิบมือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มมาเปิดเครื่อง
ห่างหายไปหนึ่งเดือนเต็ม มีข้อความเข้ามาในวีแชทไม่น้อย แต่ไม่มีสักข้อความเดียวที่เป็นของลี่ถิงเซิน
กู้เหมียนไถหน้าจอดูโพสต์ในโมเมนต์ไปเรื่อยเปื่อย แต่แล้วในวินาทีต่อมา ปลายนิ้วที่กำลังไถหน้าจอก็ชะงักค้าง!
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน อิ่นลั่วเซวี่ยเพิ่งโพสต์ข้อความลงในโมเมนต์ว่า: 【การอยู่เคียงข้าง คือคำบอกรักที่ยาวนานที่สุด】
ภาพประกอบคือเซลฟี่ของหล่อนกับลี่ถิงเซิน โดยที่ชายหนุ่มกำลังก้มหน้าก้มตาปอกแอปเปิ้ลอยู่อย่างตั้งใจ ส่วนอิ่นลั่วเซวี่ยเผชิญหน้ากับกล้อง ใบหน้าผุดผ่องดุจบุปผาเบ่งบาน