มันเหนียงข้ามภพเป็นแม่หมิงหลาน? งั้นขอร่วมชายคานี้

บทที่ 4 ร่ำไห้ฟ้อง

7 นาที· 1.6K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ไม่กี่วันต่อมา เซิ่งหงกับหวังต้าเหนียงจื่อกลับถึงจวน ไปคารวะท่านย่าผู้เฒ่าก่อน

ท่านย่าแห่งตระกูลเซิ่งนั่งสง่าอยู่ในโถง รอทักทายกับเซิ่งหงอยู่สองสามประโยค แล้วจึงเอ่ยถึงเรื่องนางเว่ยคลอดยาก

“หงเอ๋อร์ เจ้าสองสามีภรรยาก่อนจากไปฝากนางเว่ยไว้ให้หลินฉินซวงดูแล แต่นางหลินเสี่ยวเนียงหาใช่คนที่รู้จักดูแลคนไม่ ข้าน้อยถามสาวใช้และมาม่าซึ่งอยู่บ้านตอนนั้นหมดแล้ว ตอนคลอดทารกอยู่ในท่าผิดแถมตัวใหญ่ หลินฉินซวงไม่เชิญหมอมาแม้แต่คนเดียว ปล่อยให้หมิงหลานเด็กน้อยไปหาหมอที่ถนนใหญ่ ยังทำให้บุตรชายในจวนโหวต้องมาช่วย เจ้าว่าเรื่องนี้อย่างไร?”

เซิ่งหงเพิ่งกลับมาก็ถูกมารดาตำหนิ สีหน้าค่อนข้างลำบากใจ พอได้ยินว่ายังทำให้คนในจวนโหวแตกตื่น ก็ร้อนใจฉุนเฉียวขึ้นมาทันที “เด็กน้อยหมิงยาทูนี่ก่อเรื่องอะไรวุ่นวาย ยังวิ่งออกไปถึงถนนใหญ่ ไม่กลัวคนหัวเราะเยาะ”

ท่านย่าข่มโทสะเอ่ยว่า “แม้แต่หมิงยาทูนางเด็กน้อยอายุหกขวบยังรู้จักดิ้นรนเพื่อชีวิตเสี่ยวเนียงของตน ลูกในท้องนางเว่ยคือสายเลือดของเจ้าแท้ ๆ! เจ้าคิดจะไม่ถามไม่สนใจหรือ?”

“ท่านแม่ ท่านอย่าได้ปรักปรำข้าเช่นนี้ ข้ามิได้ไม่สนใจไม่ถามไถ่ เพียงแต่ซวงเอ๋อร์นางร่างน้อยอ่อนแอ เพิ่งรับหน้าที่ดูแลจวน หลายสิ่งจัดการได้ไม่ถี่ถ้วนนักก็เป็นเรื่องธรรมดา” เซิ่งหงร้อนรนแก้ตัวให้หลินฉินซวง

ฮูหยินผู้เฒ่าฟังเขาพูดก็สูดลมหายใจลึก สถานการณ์ถึงขั้นนี้ได้ก็เพราะเจ้านายบ้านตามใจอนุภรรยาจนไร้กฎเกณฑ์ บัดนี้ถึงกับเกิดเรื่องถึงชีวิต ทว่านางหาใช่แม่แท้ ๆ ของเซิ่งหงไม่ บางเรื่องจึงไม่สะดวกจะตำหนิรุนแรงเกิน เกรงจะบั่นทอนน้ำใจแม่ลูก อีกทั้งเขาเองก็ปกป้องนางหลินเสี่ยวเนียงถึงเพียงนี้ เรื่องนี้จำต้องปล่อยผ่านไป

ตรงกันข้าม หวังต้าเหนียงจื่อที่ฟังอยู่ข้าง ๆ กลับเดือดดาล “ข้าว่านะเจ้าคน เจ้าก็ไม่ควรตามใจนางหลินเสี่ยวเนียงนั่น นางเว่ยเกิดเรื่องขึ้นในมือของนาง นางควรต้องรับผิดชอบ ใครจะรู้ว่านางแอบทำอะไรแอบแฝงบ้าง?”

เซิ่งหงขึงตาใส่นางต้าเหนียงจื่ออย่างหมดความอดทน นางต้าเหนียงจื่อจึงยอมหุบปาก ไม่โต้แย้งขัดหน้าผู้เป็นนายอีก

“เจ้ากลับมาแล้ว ก็ไปเยี่ยมนางเว่ยนั่นเถิด นางผ่านประตูผีมารอบหนึ่ง เก็บชีวิตคืนมาได้ไม่ง่ายเลย”

“ลูกจะไปดูนางที่ห้องเดี๋ยวนี้ ขอท่านแม่โปรดวางใจ”

เซิ่งหงประสานมือคารวะลา เขาแทบรอไม่ไหวที่จะจากฮูหยินผู้เฒ่าไปเสีย แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะเลี้ยงดูเขามาและมีบุญคุณกับเขา แต่ตัวเขาเองก็ตั้งครอบครัวสร้างฐานะ มีตำแหน่งราชการแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ให้เกียรติความเป็นเจ้าบ้านของเขา คิดถึงตรงนี้ เซิ่งหงก็เร่งฝีเท้า หวังเพียงจัดการธุระที่ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งไว้ให้เสร็จเร็ว ๆ ตนจะได้พักผ่อนเสียที

เวลานี้หม่านเนียงกำลังนั่งส่องกระจกแต่งหน้า เซิ่งหงวันนี้กลับบ้าน นางควรเตรียมการไว้แต่เนิ่น ๆ แม้จะไม่เคยเห็นหน้าเจ้านายบ้านตนเลย แต่บุรุษที่ไหนไม่ชอบสตรีรูปงามเล่า?

พูดถึงรูปงาม ชาติก่อนหม่านเนียงก็นับว่าสวย มิเช่นนั้นคงไม่อาจใช้กลอุบายเพียงเล็กน้อยหลอกกู้ถิงเยี่ยจนยอมทิ้งบ้านได้

ทว่าใบหน้าในกระจกนี้ แม้ยามป่วยจะออกซีดเซียว แต่ยังคงงามสะคราญน่าทะนุถนอม รูปลักษณ์นี้เหนือกว่าชาติก่อนมากนัก กระทั่งนางหลินเสี่ยวเนียงอนุภรรยาคนโปรดที่มาเยือนเมื่อไม่กี่วันก่อนยังเทียบไม่ติด เพียงแต่มีกลิ่นอายคัมภีร์หนา แต่ไร้วี่แววเย้ายวนชวนเสน่หาเช่นนางหลินเสี่ยวเนียง

ยามนี้อยู่ในช่วงป่วย กลับเพิ่มกลิ่นอายอ่อนแอเปราะบางอ่อนช้อยขึ้นอีก

หม่านเนียงพิศชื่นชมโฉมงามล่มเมืองนี้อย่างพินิจ ในใจกลับคิดว่าเว่ยซู่ยี่ช่างไร้ค่าจริง ๆ มีรูปโฉมเช่นนี้ยังถูกคนรังแกได้ถึงเพียงนี้ เห็นทีฟ้าจะยุติธรรมดี ให้ความงามกับนาง แต่ไม่ให้ปัญญาปกป้องความงามนั้น บัดนี้ความงามนี้ตกเป็นของข้าแล้ว ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ให้จงได้

อา หากได้เกิดใหม่เป็นหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนก็คงดี กำเนิดบริสุทธิ์ หน้าตาล่มเมือง บวกกับฝีมือของตน คงไต่อันดับขึ้นไปถึงจวนกั๋วกงได้เป็นแน่ แต่มาบัดนี้กลับถูกกักขังอยู่ในเรือนในนี้เสียแล้ว

หม่านเนียงเปิดตู้เสื้อผ้า หมายหาชุดอ่อนหวานน่ารัก แต่เสื้อในตู้กลับดูเรียบง่ายขึ้นทุกตัว พลิกหาอยู่นานในที่สุดก็พบชุดสีชมพูอ่อนตัวหนึ่ง กลับคิดได้ว่า ตนยังไม่หายป่วย ควรแสร้งให้ชวนสงสารเอ็นดูเสียหน่อย จึงยังคงเลือกชุดกระโปรงขาวดังเดิม

แล้วเดินไปหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สยายผมดกดำดุจแพรไหม แตะน้ำมันหอมหมื่นลี้เล็กน้อยให้เรือนผมดำขลับเงางามขึ้นอีก ทั้งมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แล้ววาดเขียนคิ้วดวงตา ก็กลายเป็นคิ้วงามหนาดุจสีดำแล้ว นอกนั้นไม่จำเป็น ดูให้สมกับเป็นคนป่วยก็พอ

หม่านเนียงเตรียมทุกอย่างเสร็จ ก็เอนกายพิงหัวเตียงรอการมาของสามี

เซิ่งหงออกจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ระหว่างทางยังถูกนางหลินเสี่ยวเนียงรั้งตัวอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่พ้นฟังนางหลินเสี่ยวเนียงแก้ตัวถอนผิดให้ตน และเป็นดังหวัง เซิ่งหงมิได้เอ่ยปากตำหนินาง เพียงเห็นแก่หน้าฮูหยินผู้เฒ่าจึงต้องทำทีเมินนางหลินเสี่ยวเนียงสักสองสามวัน เพื่อให้คนในจวนหายกังขา

ยื้อจนจวนตะวันตก เซิ่งหงจึงย่างเข้าสู่ลานของหม่านเนียง

หม่านเนียงรออยู่นานเกินไป ไม่รู้ตัวก็เคลิ้มหลับไปแล้ว

เซิ่งหงเปิดม่าน เห็นนางเว่ยเอนกายพิงหัวเตียงหลับ หน้าซีดเซียว มิได้แตะแต่งแป้งเลยแม้แต่น้อย เรือนผมยาวสยายบนชุดขาวบริสุทธิ์ พอดีมีลำแสงอาทิตย์อัสดงสาดลงบนหน้า ทำให้ใบหน้าซีดเซียวนั้นงดงามดุจหยกแกะสลัก ทั่วร่างขาวผ่องไร้ที่ติ ราวกับเจ้าแม่กวนอิมหยกประทับนอน!

“หงหลาง เจ้าคือท่านหรือ?” หม่านเนียงถูกแสงอาทิตย์ปลุกให้ตื่น ลืมตาขึ้นก็เห็นบุรุษร่างโปร่ง หน้าตาคมคายผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าประตู วัยเพียงนี้ ไม่ต้องสงสัยย่อมเป็นนายท่านตระกูลเซิ่ง เซิ่งหง

เซิ่งหงเดิมมองจนตะลึง ถูกเรียกเสียทีหนึ่งจึงได้สติ

“ซู่ยี่เอ๋ย เจ้าอยู่บ้านนี้ลำบากแล้ว ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง?”

หม่านเนียงไม่รีบตอบ ลุกขึ้นช้า ๆ คารวะ พอเงยหน้าก็อาบแก้มด้วยน้ำตาเม็ดไข่มุก

เซิ่งหงเห็นเช่นนั้นก็เร่งเข้าไปประคอง ผู้ใดจะคาดคิดว่าหม่านเนียงจะกายอ่อนระทวยล้มลงในอ้อมอกเขา

อ่อนแอเปราะบางถึงเพียงนี้ ผ่านความทุกข์ยากมามากเพียงใดกัน ก่อนไปยังสบายดีอยู่ พอกลับมากลายเป็นเช่นนี้ คิดถึงตรงนี้เซิ่งหงก็ใจหายวาบ

หม่านเนียงอิงแอบในอ้อมอกเซิ่งหง ราวกับคนจวนจมน้ำคว้าไม้ลอยน้ำไว้ได้ ดั่งพบที่พึ่งของชีวิตแล้วจึงร่ำไห้ฟ้องต่อเซิ่งหง

“หงหลาง ในที่สุดท่านก็กลับมา หม่อมฉันเกือบไม่ได้พบท่านแล้ว เดิมคิดว่าข้าผ่านการคลอดมาครั้งหนึ่ง ครานี้ต้องไม่มีอันตรายแน่ แต่ใครจะคาดคิดว่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด หงหลาง ข้านึกว่าตนต้องตายแล้ว ก่อนตายจะต้องได้เห็นหน้าหงหลางสักครั้ง หม่อมฉันชาติต่ำดุจกิ่งหลิว เต็มทั้งชีวิตอาศัยความรักความเมตตาของหงหลางจึงมีชีวิตสุขสบายได้ไม่กี่วัน หากให้หม่อมฉันตายไปเช่นนี้ วางใจไม่ลงจริง ๆ!” หม่านเนียงหลั่งน้ำตาคลอเสียง สะอื้นอ้อนแอ้นในอ้อมอกเซิ่งหง

เซิ่งหงเห็นภาพงามดั่งดอกไหล่ต้องฝนพรำ ยิ่งทวีความสงสาร กอดสตรีงามในอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก

“อย่าได้เอ่ยวาจาอัปมงคล นี่เจ้าก็ฟื้นกลับมาแล้วไม่ใช่หรือ ซู่ยี่ของข้าอายุยืนถึงร้อยปี”

“หงหลางช่างเย้าหม่อมฉันอีกแล้ว ครานี้ผ่านประตูผีมารอบหนึ่ง ก็ยิ่งรู้ว่ายิ่งขาดหงหลางไม่ได้ เพียงไม่กี่วันนี้ แม้ลมหายใจจะยังอยู่แต่ก็ไร้รสชาติ จนวันนี้ได้พบหงหลางถึงรู้สึกว่ามีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ หงหลาง สัญญากับหม่อมฉันเรื่องหนึ่งได้หรือไม่?”

หงหลางมองใบหน้าอ่อนหวานน่ารักนี้ไร้เรี่ยวแรงจะต้านทาน เปี่ยมไปด้วยความสงสารสุดหัวใจ “ซู่ยี่เอ่ยออกมาเถิด เงินตรา ร้านค้า ที่ดิน หรือสาวใช้คนรับใช้ ขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก ล้วนถือเป็นสิ่งตอบแทนชดใช้แก่เจ้า”

“ซู่ยี่ไม่ต้องการสิ่งของนอกกายเหล่านั้น เพียงขอให้หงหลางอยู่เคียงข้างข้า ชั่วชีวิตอย่าได้พลัดพราก”

“ได้ ข้าสัญญากับเจ้า”

เซิ่งหงกำมือนางหม่านเนียงแน่น คิดว่าเป็นตายก็ขัดเกลานิสัยคนได้ เว่ยซู่ยี่แต่ก่อนถือดีว่าเป็นครอบครัวนักอ่าน สง่าลำพอง เย็นชาทุกครั้งที่มา นางไม่เคยกล่าววาจาอ่อนหวานเช่นนี้กับตน บัดนี้ผ่านครานี้มา ก็กลับเชื่อฟังและเข้าใจมากขึ้นนัก

ทั้งสองอิงแอบกันลึกซึ้ง ราวกับคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันหลายปี

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com