จูม่านเหนียงกำมีดสั้นแน่น การต่อสู้เมื่อครู่ทำให้นางสูญเสียเรี่ยวแรงไปไม่น้อย ทว่าภารกิจของนางยังไม่สำเร็จ มือที่จับมีดสั่นระริกไม่รู้ว่ามาจากความตื่นเต้นหรือหวาดกลัว
“แทงลงไป แค่แทงลงไป ทุกอย่างก็จะจบสิ้น จบสิ้นลง!” ความสาแก่ใจที่กำลังจะสำเร็จห่อหุ้มร่างของม่านเหนียง นางจ้องเขม็งไปที่ทารกในผ้าห่อตัว ยกอาวุธคมขึ้นสูง—
ทว่า มีดสั้นที่เดิมหมายจะทิ่มแทงทารกกลับชะงักกลางอากาศ ม่านเหนียงตะลึงงัน ในแววตาฉายแววอ่อนโยนอย่างประหลาด
“ลองคิดดู ตอนนั้นฉางเอ๋อร์ของข้าก็นอนซบในอ้อมอกเช่นนี้ น่ารักน่าชัง ทว่าบัดนี้เขากลับ…
ตำแหน่งนี้แต่เดิมเป็นของฉางเกอเอ๋อร์ของข้า ถูกเจ้าสารเลวตัวน้อยแย่งชิงไป วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า ให้เจ้าตกตายตามฉางเอ๋อร์ของข้า!”
ม่านเหนียงตาแดงก่ำ ใช้แรงทั้งหมดแทงลงไปยังทารก
“ตุบ” ฉางมามัวที่ฟื้นคืนสติคว้ากระบองไม้ใหญ่ฟาดลงบนท้ายทอยของจูม่านเหนียง ร่างของม่านเหนียงอ่อนระทวยล้มลง ความเจ็บปวดที่ท้ายทอยทำให้นางมิอาจใคร่ครวญอีกต่อไป ได้แต่รู้สึกว่าร่างกายร่วงหล่นลง หล่นสู่เหวลึก ริมหูแว่วเสียงร่ำไห้ของหรงเจี่ยเอ๋อร์ดังมาเลือนราง “ท่านแม่ ท่านแม่ ข้าไม่มีท่านแม่แล้ว ท่านแม่ ลืมตาขึ้นเถิด…”
ณ จวนสกุลเชิ่ง ด้านหลังเรือน หลินฉินซวงขวางหมอที่กู้ถิงเยี่ยพามาอย่างสุดกำลัง อ้างว่าภายในเรือนชั้นในไม่สะดวกจะให้เข้าไป ไม่อนุญาตให้ทำคลอดให้นางเว่ย สิ่งเดียวในใจคือปรารถนาให้นางเว่ยตายเร็วๆ
“เสี่ยวเหนียง! เสี่ยวเหนียง! อย่าทิ้งข้าไป!” 盛明兰น้อยร่ำไห้กระอักกระอ่วน คุกเข่าทรุดกับพื้น ไม่อยากเผชิญความจริงที่แม่บังเกิดเกล้ากำลังจากนางไป
ได้ยินเสียงร่ำไห้สุดพรรณาของ明兰 หลินฉินซวงฉายแววเหิมเกริมในแววตา เพียงกำชับคนรับใช้ให้เข้าไปจัดการศพแล้วก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับ
ยามนี้明兰ร่ำไห้จนสิ้นแรง ได้แต่พิงขอบเตียงพยุงร่าง ตาทั้งคู่บวมช้ำและไร้แววมองศพแม่บังเกิดเกล้าที่นอนอยู่ในกองเลือดบนเตียง ในห้วงคิดหวนรำลึกถึงคำที่เสี่ยวเหนียงเคยกำชับนาง——อย่าทำตัวเด่นเกินหน้า เป็นเพราะตอนพี่ใหญ่หญิงรับสินสอดนางออกตัวไปแข่งขันปาเกาทัณฑ์ เสี่ยวเตี๋ยจึงถูกใส่ร้ายแล้วขับไล่ออกจากจวน หรือว่าการตายของเสี่ยวเหนียงก็เช่นกัน? พอนึกถึงจุดนี้ 明兰น้อยก็รู้สึกหน้ามืดเวียนศีรษะ ปากพึมพำว่า “เสี่ยวเหนียง ข้าทำร้ายท่านเอง เสี่ยวเหนียง ข้าผิดแท้”
明兰คิดถึงความโศกาอาดูร ใบหน้าก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาอีกครา
ผู้ใดคาด ณ บัดกลับมีเสียงครวญครางเล็ดลอดมาจากบนเตียง…
ม่านเหนียงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานแสนนาน ในที่สุดร่างกายก็ไม่ร่วงหล่นต่ออีกแล้ว แขนขามีความรู้สึกจับต้องได้ เพียงแต่เปลือกตายังหนักอึ้งจนเปิดไม่ขึ้น ปากแห้งผาก ลำคอพยายามเปล่งเสียงพร่าๆ
明兰ที่อยู่ข้างๆ ตกใจตะลึงงัน เมื่อครู่เสี่ยวเหนียงกล่าวคำสั่งเสียจบแล้ว นางเห็นกับตาว่าดวงตาปิดลง ไร้ลมหายใจ คงเป็นเพราะหูแว่วกระมัง ทว่าเสียงนี้ชัดเจนว่าดังมาจากบนเตียง
ม่านเหนียงรับรู้ถึงโลกภายนอกชัดเจนขึ้นทุกที ขณะเดียวกันความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากท้องน้อยก็แล่นปราดมาจนนางทนแทบไม่ไหว
อืม? ข้ามิใช่ถูกยายแก่เวรนั่นทุบศีรษะหรอกหรือ? หรือว่าข้าเป็นคนมีวาสนาฟ้าลิขิต ชะตาไม่ถึงฆาตจึงไม่ตาย? แต่ที่ควรเจ็บน่าจะเป็นศีรษะไม่ใช่ท้องมิใช่หรือ?
นางรู้สึกถึงความเหนียวหนืดเบื้องล่าง เอื้อมมือไปสัมผัสยกมาดูเบื้องหน้า กลับกลายเป็น——
เลือด!
เต็มไปหมดล้วนเป็นเลือด!
ในความสับสนตะลึงพรึงเพริด ม่านเหนียงกลับลุกขึ้นนั่งได้
ทำให้明兰น้อยที่กำลังจะเข้าไปสำรวจตกใจจนทรุดถอยกลับที่เดิม ปากขมุบขมิบพึมพำประโยคหนึ่งว่า “เสี่ยวเหนียง ท่าน ท่านฟื้นแล้วหรือ?”
“ใครเป็นเสี่ยวเหนียงของเจ้า? เจ้าเป็นใคร? แล้ว นี่ที่ไหน?” สภาพแวดล้อมตรงหน้าไม่คุ้นตาทำให้ม่านเหนียงลืมความเจ็บปวดชั่วครู่ ซักถามเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายหมายจะทราบสถานการณ์ให้ไว
明兰เห็นเสี่ยวเหนียงฟื้นขึ้นจริงๆ ก็เข้าไปใกล้ทันทีกล่าวว่า “เสี่ยวเหนียง ข้าเองไง ข้าคือ明兰 ท่านเป็นอะไรไป? ข้าจะไปตามหมอให้ท่านเดี๋ยวนี้” 明兰น้อยพูดพลางกำลังจะวิ่งออกไป
“หยุด!”
明兰ถูกเรียกกลับมา
“เจ้าว่าเจ้าเรียกว่า明兰! เชิ่ง明兰?”
明兰ผงกศีรษะ “เสี่ยวเหนียง ท่านจำข้าไม่ได้แล้วหรือ? ท่าน…” คำพูดยังไม่ทันจบ จูม่านเหนียงใช้แรงทั้งหมดในร่างพุ่มลงจากเตียงกด明兰น้อยลงกับพื้น มือทั้งสองบีบคั้นลำคอ明兰อย่างแน่นหนา กล่าวอย่างดุดันว่า “ก็เพราะเจ้า สารเลวตัวน้อยนี่แหละที่ทำให้ข้าเข้าวังโหวไม่ได้ ตอนนี้ข้าตายแล้วเจ้ายังตามมารังควานข้าอีก ข้าเป็นผีก็ไม่มีวันปล่อยเจ้าไป เชิ่ง明兰! ตายซะเถอะ!”
明兰ผู้น่าสงสารถูกกดไว้ใต้ร่างแน่นหนา น้ำตาถูกบีบออกมา ได้แต่สุดแรงเบ่งเสียงจากลำคอว่า “ช่วย ช่วยด้วย ช่วย…”
นอกห้อง กู้ถิงเยี่ยยังไม่ทันจากไป กำลังยืนใต้ชายคาครุ่นคิดเรื่องวันนี้ ได้ยินเสียงต่อสู้ดังมาจากในห้อง เขารีบวิ่งพรวดเข้ามา แยกคนทั้งสองที่พัลวันอยู่ด้วยกันออกจากกัน
พละกำลังของม่านเหนียงมหาศาลนัก ถึงจะเป็นชายหนุ่มฉกรรจ์ การง้างมือของม่านเหนียงออกจากคอของ明兰ก็กินแรงไม่น้อย กู้เอ้อจึงสั่งให้ลูกน้องกดตัวนางเว่ยลงกับพื้น ดูว่านางไม่มีแรงขัดขืนแล้วจึงย้ายกลับไปบนเตียง มัดมือมัดเท้าไว้
คอของ明兰น้อยช้ำเขียวช้ำม่วงเป็นจ้ำๆ รอยข่วนลึกจากเล็บตรึงอยู่บนลำคอขาวผุดผ่อง
“หมอ!”
กู้ถิงเยี่ยตะโกนเรียกหมอที่รออยู่ด้านนอกเข้ามา
แม้เป็นหมอที่ผ่านโลกมามาก เมื่อเข้านาเห็นภาพเช่นนี้ก็ยังตกตะลึง ก้าวฉับๆ เข้าไปจับชีพจรตรวจโรคให้สตรีหลังคลอด
ม่านเหนียงบนเตียงเห็นกู้ถิงเยี่ยวัยหนุ่มก็ยิ่งงุนงง ชั่วขณะคิดไม่ตกว่าแท้จริงแล้วตนเป็นหรือตาย หากตายก็น่าจะไปยมโลก เห็นเป็นหัววัวหน้าม้ามิใช่หรือ หากเป็นอยู่ เช่นนั้นสองคนตรงหน้าเหตุใดจึงเป็นรูปลักษณ์วัยเด็ก? นางคิดไม่ออก คิดจนศีรษะปวดร้าว ปล่อยให้ท่านหมอจับชีพจรนางไป
ชั่วครู่
ท่านหมอลูบเคราเฟิ้มขาวโพลน ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“ทารกในครรภ์ของคุณนายผู้นี้ครบกำหนดคลอดแล้ว แต่เด็กตัวโตคลอดยากแถมมิได้รับการรักษาทันท่วงที เด็กไม่รอดก็เป็นไปตามเหตุผล ข้าเคยตรวจสตรีคลอดยากมาไม่น้อย ส่วนมากล้วนสองชีวิตดับสูญ ยากนักที่จะรอดทั้งคู่ คุณนายรอดจากมหันตภัยครานี้ย่อมมีสิริมงคลในภายภาคหน้า เพียงแต่…”
เห็นท่านหมออ้ำอึ้ง ดูเหมือนมีคำพูดยากเอ่ย กู้ถิงเยี่ยจึงหลบไปนอกห้องอย่างรู้กาลเทศะ
“เพียงแต่อะไรหรือ? ท่านหมอ ข้าเป็นบุตรสาวนาง ท่านมีวาจาอันใดโปรดกล่าวมาเถิด” 明兰น้อยถามด้วยความเป็นห่วง
ท่านหมอเผยสีหน้าเสียดายยิ่ง
“คุณนายผ่านประตูผีมา เก็บชีวิตกลับคืนได้นับว่าไม่ง่าย แต่นับจากนี้เกรงว่าจะมีบุตรอีกมิได้แล้ว การคลอดยากครานี้ทำร้ายร่างแม่อย่างมาก ควรบำรุงรักษาให้ดีจะดีที่สุด ข้าจะเขียนตำรับยาบำรุงหลังคลอดอ่อนเพลีย บำรุงร่างกายมารดา และบำรุงลมปราณเลือดก่อนใช้ไปพลางเถิด”
明兰รับคำติดๆ กันพลางเหลือบมองเสี่ยวเหนียงบนเตียงที่เมื่อครู่หมายจะปลิดชีพนาง
ยามนี้ม่านเหนียงเพราะร่างกายนี้อ่อนแอ และเมื่อครู่ก็ใช้แรงไปมหาศาล เหนื่อยล้าจนนอนราบบนเตียง มองดูทั้งสองถกเรื่องอาการป่วยของตนด้วยสีหน้างุนงง
“แต่ท่านหมอ เหตุการณ์เช่นนี้จะกระทบกระเทือนจิตใจ ความทรงจำของผู้ป่วยหรือไม่? ตอนเสี่ยวเหนียงเพิ่งฟื้นขึ้นมาไม่รู้จักแม้กระทั่งข้า” 明兰ยังคงเต็มไปด้วยความกังวล
“ผู้ป่วยบางรายประสบอารมณ์แปรปรวนรุนแรงเช่นดีใจหรือโศกเศร้าอย่างหนัก หรือถูกกระแทกที่ศีรษะ ก็อาจทำให้จิตใจฟั่นเฟือนชั่วคราวได้ ข้าจะเพิ่มตำรับยาสงบจิตให้อีกสักหน่อย”
明兰ฟังแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ภายในวันเดียวผ่านเหตุการณ์เสี่ยวเหนียงคลอดยากแล้วฟื้นคืนชีพ สมองน้อยๆ ยังคิดไม่ตก ได้แต่พูดอย่างตะลึงๆ ว่า “เช่นนั้นก็รบกวนท่านมากแล้ว รอให้ท่านพ่อของข้ากลับมาจวน ย่อมขอบคุณท่านหมออย่างงาม”
ท่านหมอเขียนตำรับยาเสร็จก็จะกล่าวลา กู้ถิงเยี่ยก็บอกลา明兰แล้วถือโอกาสระหว่างทางไปส่งท่านหมอกลับ