อวี๋หว่านไม่รู้ว่าอวี๋ชิ่งเหนียนทำอะไรไปบ้าง
เหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งสัปดาห์ก็จะครบหนึ่งเดือน พยาบาลพั่งก็นำจดหมายหนาเตอะฉบับหนึ่งมาให้
“ไม่มีใครเห็นใช่ไหม?” อวี๋หว่านถามอย่างเป็นกังวล
“วางใจได้!” นอกจากพยาบาลพั่งจะนำจดหมายมาให้แล้ว ยังเอาแอปเปิลมาสองลูกด้วย บ้านละลูก
“พอจดหมายมาถึง เด็กสาวที่สนิทกับฉันก็รับช่วงต่อพอดี เธอรีบปะปนจดหมายฉบับนี้เข้าไปในของที่ส่งให้แผนกผู้ป่วยในทันที หน้ากากอนามัยกองโตช่วยบังจดหมายไว้พอดี”
พยาบาลพั่งจัดการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว
เว้นแต่จะมีใครสักคนสายตาคมกริบจริง ๆ
ต้องรู้ก่อนว่าลังใส่ของพวกนี้วางอยู่ใต้โต๊ะ โต๊ะเป็นรูปตัวยู ใต้โต๊ะยังมีแผงกั้นล้อมอยู่สามด้าน
แม้แต่พยาบาลที่ยืนอยู่ด้านในก็ต้องมุดเข้ามาจากช่องด้านข้าง
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กสาวยังอาศัยจังหวะก้มลงเก็บปากกา ยัดจดหมายเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ถ้ายังมีใครเห็นได้อีก พยาบาลพั่งก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายมีตาทิพย์และยอมแพ้แต่โดยดี
พอส่งของเสร็จ พยาบาลพั่งก็เดินยิ้มแย้มจากไป ก่อนกลับยังไม่ลืมเตือนอวี๋หว่านว่า มะรืนนี้สหกรณ์จะมีผลไม้ล็อตหนึ่งมาส่ง ถ้าอยากกินก็ต้องรีบไปซื้อ
สภาพความเป็นอยู่ในยุค 80 ก็เป็นแบบนี้
ไม่ใช่ว่าอยากกินผลไม้กับผักเมื่อไรก็จะหากินได้เมื่อนั้น
โดยเฉพาะผัก
สมัยนั้นยังไม่มีโครงการจัดหาผักให้เพียงพอ แม้แต่ทางใต้ ในฤดูหนาวก็มีผักให้เลือกไม่มาก
อวี๋หว่านกลับเข้าห้อง ดึงม่านปิดทุกบานให้เรียบร้อยก่อนเปิดซองจดหมาย
สิ่งแรกที่เทออกมาคือเงินปึกหนึ่ง ด้านหลังยังแนบคูปองมาอีกสิบกว่าใบ ใบบนสุดเป็นคูปองซื้อจักรยาน