“โรงงานเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
เซี่ยตงถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
“เกิดเรื่องแล้ว! เรื่องใหญ่ด้วย!”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วจงใจลดเสียงลง ทำท่าลึกลับเสียเต็มประดา
“รู้ไหมว่าเมื่อวาน แค่วันเดียว ร้านเถาเป่าของเรามียอดสั่งซื้อเท่าไร?”
“เท่าไรครับ?”
เซี่ยตงถามตามน้ำ
“ลองทายดูสิ?”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วดูจะชอบความรู้สึกที่ได้อุบไต๋เสียจริง น้ำเสียงแฝงความภูมิใจอยู่หลายส่วน
เซี่ยตงจิบน้ำ ก่อนพูดอย่างไม่รีบร้อน
“12,856 ออร์เดอร์ ใช่ไหมครับ?”
“……”
ปลายสาย เซี่ยเจี้ยนกั๋วถึงกับชะงักหายใจไปชั่วขณะ
ความรู้สึกเหมือนนักมายากลที่เตรียมการแสดงมาตั้งครึ่งวัน เพิ่งลงมือก็ถูกคนดูเปิดไพ่ในมือเสียแล้ว
“ลูกรู้ได้ยังไง?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เมื่อคืนตอนเที่ยงคืน ผมแวะดูข้อมูลหลังบ้านนิดหน่อยครับ”
น้ำเสียงของเซี่ยตงราบเรียบราวกับกำลังพูดว่า “วันนี้อากาศดีนะครับ”
“แก… ไอ้เด็กแสบ!”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วอั้นอยู่ตั้งนาน กว่าจะด่าออกมาคำหนึ่ง แต่ในน้ำเสียงไม่มีแววตำหนิเลย กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
“ไอ้ลูกชายตัวดี ทำพ่อเดือดร้อนหนักเลยนะ!”
เขาเริ่มระบายความอัดอั้น
“ไม่รู้หรือไงว่าเมื่อวานวุ่นวายขนาดไหน ตั้งแต่เริ่มงานตอนเช้า เสียงแจ้งเตือนวั่งวั่งก็ดังไม่หยุด เหมือนมีคนสวดมนต์อยู่ข้างหู”
“คนทั้งโรงงานแทบคลั่งกันหมด”
“กล่องกระดาษสำหรับแพ็กของหมดไปสองรอบแล้ว พ่อเลยให้ลุงหลิวรีบไปขนกลับมาจากข้างนอกอีกสองคันรถ”
