หัวหน้าผู้ออกแบบใหญ่นามสกุลหวังขยับแว่น แล้วหันไปหาผู้บัญชาการหลิว สีหน้าเคร่งเครียด
“ท่านผู้บัญชาการ คำพูดของเถียนเถียนต้องไม่ถูกมองข้ามเด็ดขาด ความสามารถของเด็กคนนี้ พวกเราทุกคนเห็นกับตา เสียง ‘แกร๊ก’ ที่เธอพูดถึง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นรอยแตกจากความล้าของโลหะ ส่วนเสียง ‘อื้ออือ’ นั่น…”
เขาครุ่นคิดก่อนพูดต่อ “คงไม่ใช่ท่อน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดการกัดเซาะ หรือปั๊มเทอร์ไบน์เกิดการกระชากหรอกนะครับ”
ผู้บัญชาการหลิวเอามือไขว้หลัง เดินกลับไปกลับมาในห้องบัญชาการ
นอกหน้าต่าง แท่นทดสอบตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดอย่างเงียบงัน ราวกับสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่กำลังหมอบคอยจังหวะ พรุ่งนี้ ที่นั่นจะมีการทดสอบจุดระเบิดซึ่งจะชี้ชะตาของโครงการ “ฉางเจี้ยน” ผู้ใหญ่ในเมืองหลวง ทั้งประเทศ หรือแม้แต่ทั่วโลก ต่างมีสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมายังที่นี่
หากสั่งให้หยุดตอนนี้ ก็เท่ากับยอมรับว่าการตัดสินใจทางเทคนิคอาจมีข้อผิดพลาดร้ายแรง เท่ากับว่าหยาดเหงื่อแรงกายตลอดครึ่งปีอาจสูญเปล่า เท่ากับต้องเสียหน้าต่อหน้าผู้บังคับบัญชาและสายตาชาวโลก
แต่ถ้าฝืนเดินหน้าทดสอบตามแผน แล้วคำเตือนของเถียนเถียนเป็นเรื่องจริง…
เขาหยุดฝีเท้า มองไปยังเถียนเถียนที่ถูกเหลี่ยงเจ๋ออุ้มอยู่ในอ้อมแขน เด็กน้อยซบอยู่บนไหล่พ่อ มือเล็กกำชายเสื้อพ่อไว้แน่น แววตาใสซื่อแต่แฝงความกังวล
“เหลี่ยงเจ๋อ” จู่ ๆ ผู้บัญชาการหลิวก็ถามขึ้น “นายมีความเห็นยังไง”
เหลี่ยงเจ๋อยืดตัวตรง สายตามุ่งมั่น “ท่านผู้บัญชาการ ในฐานะทหาร ผมขอปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ในฐานะพ่อ…” เขาชะงักเล็กน้อย กอดลูกสาวแน่นขึ้น “ผมเชื่อในตัวลูกของผม เธอฝ่าอันตรายข้ามทะเลทรายมาหาผม ไม่ใช่เพื่อมาพูด ‘เล่นสนุก’ แน่”
“เหลือเวลาอีก 14 ชั่วโมงก่อนการทดสอบพรุ่งนี้”
