มั่วโม่กลับมาที่ห้องทำงาน ก่อนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง
เธอเงยหน้าจ้องเพดานอยู่นาน ในหัวฉายภาพใบหน้าของศูนย์ศูนย์ห้าที่กำลังแสยะยิ้มอยู่ในโรงอาหาร พร้อมคำพูดหยาบคายที่อีกฝ่ายพูดออกมาไม่หยุด
เธอส่ายหน้า
อย่าคิดถึงมันเลย
เธอดึงแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเข้ามา เปิดอ่านหน้าแรก บังคับตัวเองให้กลับมาสนใจงาน
พรุ่งนี้เธอต้องไปพบศูนย์ศูนย์หก ผู้ป่วยที่มีรักความสะอาดขั้นรุนแรงอย่างรุนแรง
บันทึกในแฟ้มมีไม่มากนัก มีเพียงไม่กี่บรรทัด หมายเลขศูนย์ศูนย์หก เพศชาย ชาวจีน เข้ารับการรักษามาสี่ปี วินิจฉัยว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำด้านความสะอาด ปฏิเสธการสัมผัสทุกชนิดที่ไม่จำเป็น
มั่วโม่พลิกอ่านแฟ้มของศูนย์ศูนย์หกไปมาสองรอบ จดกรอบคำถามไว้สองสามข้อในสมุด แล้วก่อนเลิกงานก็แวะไปที่ห้องพยาบาลเพื่อขอเอกสารขั้นตอนการฆ่าเชื้อมาอ่านหนึ่งชุด
ในเอกสารระบุว่า ก่อนเข้าไปในคฤหาสน์ของศูนย์ศูนย์หกต้องถอดรองเท้า เปลี่ยนเสื้อผ้า และทำความสะอาดร่างกายทั้งตัว ของใช้ส่วนตัวทุกชิ้นต้องผ่านแสงอัลตราไวโอเลต ส่วนการพูดคุยต้องใช้เวลาไม่เกินสามสิบนาที
ตอนเธอปิดสมุด ท้องฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้ว
ผืนน้ำนอกหน้าต่างถูกแสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมจนกลายเป็นสีส้มแดง เธอนั่งเหม่อมองแสงสุดท้ายของวันอยู่ในห้องทำงานครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงคำพูดของศูนย์ศูนย์ห้าที่แสยะยิ้มในโรงอาหารว่า “เจอคนอย่างฉันครั้งแรกสินะ หมดสติไปก็ไม่แปลก” เธอรีบสลัดภาพนั้นออกจากหัว ลุกขึ้นล็อกประตูแล้วกลับห้องพัก
เช้าวันรุ่งขึ้น มั่วโม่รวบผมขึ้น ไม่ฉีดน้ำหอมหรือใช้ของอะไรที่มีกลิ่นหอม ทั้งน้ำยาซักผ้าและโลชั่นทาตัวก็เปลี่ยนเป็นชนิดไร้กลิ่นทั้งหมด เพราะกลัวเผลอไปกระตุ้นเส้นประสาทที่ไวต่อสิ่งต่าง ๆ ของศูนย์ศูนย์หกเข้า
คฤหาสน์เดี่ยวของศูนย์ศูนย์หกตั้งอยู่ตรงมุมตะวันตกสุดของสนามหญ้า แยกห่างจากคฤหาสน์หลังอื่นอยู่พอสมควร รอบบริเวณมีพุ่มฮอลลีปลูกเรียงแน่น ราวกับเป็นแนวกั้นสีเขียวตามธรรมชาติ
พื้นกระเบื้องหน้าประตูถูกเช็ดจนเป็นเงาวับ สะอาดเสียจนสะท้อนเงาคนได้
