มั่วโม่นั่งอยู่ริมเตียง ลุกขึ้นยืนแล้วก็นั่งลง นั่งลงแล้วก็ลุกขึ้นยืน ทำแบบนั้นซ้ำอยู่สองครั้ง ก่อนจะตัดสินใจไปหาอาเจ๋อ
เธอเดินเท้าเปล่าเหยียบพรมไปทางประตูสองก้าว ยังไม่ทันแตะลูกบิด ประตูก็มีเสียงเคาะดังขึ้น
“หมอไป๋ คุณอยู่ข้างในไหมครับ ผมเอง”
เสียงของอาเจ๋อดังมาจากหลังบานประตู
มั่วโม่แทบจะวิ่งไปเปิดประตู
อาเจ๋อยืนอยู่หน้าประตู สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำสะอาดตา พับแขนเสื้อขึ้นไปถึงหัวไหล่ เผยให้เห็นท่อนแขนที่มีมัดกล้ามชัดเจน มือข้างหนึ่งถือกล่องยาสีขาวใบเล็ก ส่วนอีกข้างหิ้วกระติกเก็บความร้อน
เมื่อเห็นขอบตาแดงก่ำของมั่วโม่กับสีหน้าตื่นตระหนกที่ยังไม่ทันเก็บซ่อน ชายหนุ่มก็ชะงักไปเล็กน้อย สายตาเลื่อนจากใบหน้าของเธอลงไป มองผ่านเท้าเปล่าและรอยฟกช้ำสีเขียวช้ำม่วงตรงหัวเข่า
“คุณคงไม่ได้จัดการมันจริง ๆ ด้วย” เขาพูด น้ำเสียงไม่มีแววตำหนิ ราวกับคาดไว้แล้ว “หัวเข่าเจ็บไหม”
มั่วโม่ก้มมองหัวเข่าซ้ายของตัวเอง รอยฟกช้ำนั้นเกิดจากการชนตอนกดปุ่มฉุกเฉินเมื่อเช้า ตอนนั้นในหัวมีแต่ภาพศูนย์ศูนย์สี่ที่เลือดเต็มปาก จะไปสนใจความเจ็บได้อย่างไร
พอก้มดูตอนนี้ สีเขียวช้ำม่วงก็ลามจากกลางหัวเข่าออกไปเป็นวงรอบ ๆ ดูน่าตกใจไม่น้อย
“ไม่เป็นไร ไม่ค่อยเจ็บ” เธอตอบ
อาเจ๋อไม่ได้พูดอะไร เพียงเบี่ยงตัวเดินผ่านเธอเข้าไปในห้อง
“อาเจ๋อ...” มั่วโม่เดินตามหลังเขาไป น้ำเสียงร้อนรน “เสื้อผ้าของฉันถูกขโมย ตอนฉันอาบน้ำมีคนเข้ามาในห้อง แล้วเอาเสื้อผ้าที่ฉันถอดไว้ไป มันอยู่ในตะกร้าผ้า...”
