วันเวลาต่อจากนั้นกลับสงบเงียบเกินคาด
มั่วโม่ปรับตัวเข้ากับจังหวะชีวิตในบ้านหลังนี้ได้อย่างรวดเร็ว
เด็กทั้งสองคน คนหนึ่งเรียนมัธยมต้น อีกคนเรียนมัธยมปลาย นิสัยก็ไม่ได้เข้าถึงยากอะไร
ศูนย์ศูนย์สี่กับศูนย์ศูนย์ห้าส่งข้อความถล่มเธออยู่บ่อย ๆ มั่วโม่ตอบตามอารมณ์ ส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจ ทำให้พวกเขาโกรธจนพอจับเธอได้เมื่อไรก็หาเรื่องแกล้งเธอเป็นชุดใหญ่
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ใบไม้นอกหน้าต่างเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นสีเขียวเข้ม ก่อนขอบใบจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ไม่ทันรู้ตัว มั่วโม่ก็มาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ครบสามเดือนเต็มแล้ว
เธอจดจำคำพูดที่พี่หลินบอกเธอในวันแรกได้ขึ้นใจ จึงไม่เคยเข้าใกล้บ้านหลังเล็กสีขาวในสวนหลังบ้านเลย แม้จะไม่รู้ว่าทำไมพี่หลินถึงห้ามเธอเข้าใกล้ที่นั่น แต่เธอคิดว่าในเมื่ออีกฝ่ายกำชับไว้แล้ว ก็ไม่ควรถามให้มากความ
เช้าวันหนึ่ง มั่วโม่ถูกเสียงอึกทึกจากชั้นล่างปลุกให้ตื่น
เธอขยี้ตา เปิดประตูห้องนอน แล้วเดินไปที่หัวบันไดเพื่อมองลงไป ในห้องรับแขกมีคนหลายคนเดินขวักไขว่ คุณป้าสองคนสวมผ้ากันเปื้อนกำลังก้มเช็ดพื้น ส่วนอีกคนยืนอยู่บนขอบหน้าต่าง เขย่งเท้าเช็ดกระจก ข้าวของบนโต๊ะกลางถูกเก็บออกไปหมดแล้ว ในแจกันมีดอกลิลลี่สีขาวสดใหม่ช่อใหญ่ปักอยู่
มั่วโม่ยืนงงอยู่บนบันไดครู่หนึ่ง พอลงไปข้างล่างก็เห็นพี่หลินเดินออกมาจากทางห้องครัวพอดี ในมือประคองถ้วยชาที่เพิ่งชงเสร็จ บนตัวสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม ทั้งยังเกล้าผมอย่างประณีต ดูแตกต่างจากปกติราวกับเป็นคนละคน
