ยามเช้าตรู่บนภูเขา อากาศอบอวลด้วยกลิ่นน้ำค้างและไอสดชื่นของพืชพรรณที่เพิ่งตื่นขึ้น แสงแดดส่องผ่านหมอกบาง ทอดเงาพร่างพรายลงบนระเบียงไม้ของวิลล่า
ทว่าความงดงามสงบสุขของแสงยามเช้า กลับไม่อาจสลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนที่แทบหยุดนิ่งอยู่ในห้องอาหารได้
บนโต๊ะอาหารไม้ธรรมชาติทรงยาว มีอาหารเช้าจัดวางอย่างประณีต ทั้งโจ๊กใสกับเครื่องเคียง ไข่ดาวและเบคอน ผลไม้สด รวมถึงนมอุ่นกับกาแฟที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่น
เครื่องถ้วยชามทำจากกระเบื้องเนื้อละเอียด ส่วนมีดและส้อมเงินสะท้อนประกายเย็นเยียบใต้แสงเช้า ทว่าทั่วทั้งห้องอาหารแทบไม่มีเสียงใด นอกจากเสียงมีดส้อมกระทบจานชามเป็นครั้งคราว กับเสียงเคี้ยวแผ่วเบา
ลู่โม่ เฉินหยาง เสี่ยวเวย และเสี่ยวหรุ่ยนั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง ทุกคนดูเกร็ง ๆ ลู่โม่ก้มหน้าตั้งใจหั่นไข่ดาว ราวกับมันเป็นงานละเอียดที่ต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่ ส่วนเฉินหยางจิบกาแฟต่อเนื่อง สายตาเหลือบมองอีกสองฝั่งของโต๊ะเป็นระยะ เสี่ยวเวยกับเสี่ยวหรุ่ยสบตากัน ก่อนจะก้มหน้ากินผลไม้เงียบ ๆ
หลี่ซีนั่งฝั่งตรงข้ามโจวตี๋ ตรงตำแหน่งริมหน้าต่าง วันนี้เธอสวมเสื้อไหมพรมสีขาวนวลเรียบง่ายกับกางเกงขายาวสีอ่อน ผมยาวเกล้ารวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง เผยให้เห็นหน้าผากเกลี้ยงเกลาและลำคอระหง
เธอกินอาหารอย่างสงบและสุภาพ จิบโจ๊กทีละน้อย บางครั้งก็คีบเครื่องเคียงรสอ่อนเข้าปาก สายตาส่วนใหญ่จับจ้องอยู่ที่จานตรงหน้า หรือไม่ก็เงาไผ่ที่ไหวเอนนอกหน้าต่าง ดูสงบนิ่งราวกับเมื่อคืนไม่เคยเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น