ตอนหลี่ซีตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ข้าวของของโจวตี๋ก็หายไปจากบ้านหมดแล้ว ดูท่าโจวตี๋จะรู้กาลเทศะดี ไม่ต้องกังวลด้วยว่าเขาจะไม่มีที่อยู่ อย่างไรเสียเขากับหลินจือซวี่ก็โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เป็นพี่น้องที่สนิทกัน แถมครอบครัวก็ร่ำรวยมีธุรกิจใหญ่โต คาดว่าเขาคงย้ายไปอยู่บ้านว่างอีกหลังหนึ่ง
พอไม่มีคนรกหูรกตาแล้ว หลี่ซีก็อารมณ์ดีขึ้นมาก เธอค่อย ๆ เตรียมอาหารเช้าให้ตัวเอง พลางติดต่อเพื่อนให้ช่วยแนะนำทนายความ
เพื่อนแปลกใจมาก ถามว่าเพิ่งคบกันอย่างเป็นทางการได้ไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ หลี่ซีบอกว่าจะเล่าให้ฟังหลังจากเลิกกันเรียบร้อยแล้ว เพื่อนทำงานรวดเร็วมาก ไม่นานก็แนะนำทนายความคนหนึ่งให้เธอ
หลี่ซีไม่ได้ตั้งใจจะรีดเลือดจากโจวตี๋ให้ได้มากที่สุด อย่างเคร่งครัดแล้ว ทั้งเธอและโจวตี๋ต่างก็พูดได้ว่านอกใจคู่ของตัวเอง เธอให้ทนายร่างข้อตกลง แล้วรับส่วนที่เธอควรได้ก็พอ ไม่คิดจะสืบว่าโจวตี๋พักอยู่ที่ไหน หลังจากให้ทนายร่างเอกสารเสร็จ ก็ส่งไปที่บริษัทของโจวตี๋ได้เลย
โจวตี๋ไม่ได้มารบกวนเธออีก ราวกับหายไปจากโลกของหลี่ซีอย่างสิ้นเชิง
————
กาลเวลาค่อย ๆ เคลื่อนผ่านเข้าสู่ต้นฤดูหนาว ผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งเดือนนับจากทริปที่จบลงอย่างไม่สวยงาม ณ รีสอร์ตน้ำพุร้อน เมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยไอหนาวสีเทาหม่น ใบไม้บนต้นไม้ริมถนนร่วงจนหมด เหลือเพียงกิ่งก้านโล่งเปล่าชี้ขึ้นไปยังท้องฟ้าสีเทาตะกั่ว
ซูหว่านนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่แสนนุ่มในห้องนั่งเล่นของบ้าน คลุมไหล่ด้วยผ้าคลุมแคชเมียร์ราคาแพง มือประคองถ้วยชาดอกไม้ที่เย็นชืดไปนานแล้ว
แผลที่เท้าของเธอหายดีแล้ว เดินเหินได้ตามปกติ นอกจากลู่โม่กับเฉินหยางและคนอื่น ๆ ที่ยังถามไถ่เพิ่มเติมตามมารยาท โจวตี๋กลับไม่เคยถามไถ่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวหลังกลับไป ต่อให้ซูหว่านเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเขาก็เงียบหาย เธอรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ