และในตอนนี้ ตรงมุมถนนด้านนอกร้านเค้ก มีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดอยู่อย่างเงียบเชียบ
จี้หวั่งซู่นั่งอยู่ที่เบาะหลัง ก้มหน้ามองมือขวาของตัวเอง
บนปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางยังหลงเหลือความมันของครีมเล็กน้อย เธอถูปลายนิ้วเบา ๆ ความรู้สึกลื่น ๆ นั้นเหมือนจะยังไม่จางหายไป
เธอแยกไม่ออกว่าเป็นสัมผัสของครีมที่เหลืออยู่ หรือความลื่นของผิวหน้าสือเนี่ยนเมื่อครู่กันแน่
จี้หวั่งซู่ลดมือลง กำกระโปรงแน่น
เธอรู้สึกตลอดว่า ถ้าเมื่อกี้มือของเธอชักกลับช้ากว่านี้แม้เพียงนิด เด็กสาวคนนั้นคงจะเลียขึ้นมาจริง ๆ
ที่ประตูกระจกด้านในของร้านเค้ก สือเนี่ยนกำลังแนบหน้าอยู่กับบานประตู มองทะลุเงาสะท้อนของกระจก จ้องรถเก๋งสีดำที่ขับออกไปไกลอย่างไม่ยอมละสายตา
นางท่องทะเบียนรถในใจสามรอบ พร้อมจดรุ่นและทะเบียนไว้ในแอปโน้ต
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
สือเนี่ยนพบชายคนหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน ซึ่งดูจากเสื้อผ้าก็รู้ว่าไม่ธรรมดาและไม่ใช่คนจน เขาบอกว่าตัวเองชื่อกู้เหวินโจว เป็นองค์ชายรัชทายาทแห่งกู้ซื่อกรุ๊ป ถามนางว่าจะรับเงินเท่าไหร่ถึงยอมเป็นนกน้อยในกรงของเขา
สือเนี่ยนได้แต่รู้สึกว่าคนคนนี้ประสาทแตก นิยายท่านประธานค่ายหวานอ่านมากเกินไปหรือไง ถึงได้สติแตกขนาดนี้
หลังจากสะบัดจากผู้ชายคนนั้นกลับบ้าน นางก็หลับไป ตื่นขึ้นมาในหัวก็มีไอ้ขาวโผล่เข้ามา
ไอ้ขาวบอกนางว่า นางเป็นนางเอกของนิยายจื่ออวี๋ เนื่องจากหน้าตาเหมือนแสงจันทร์ในใจของพระเอกมาก จึงถูกพระเอกใช้เป็นตัวตายตัวแทนของแสงจันทร์ ทั้งสองจะต้องผ่านประสบการณ์สุดคลาสสิกทั้งทารุณกายและใจ ก่อนที่จะลงเอยด้วยดีในที่สุด
การมีอยู่ของมันก็เพื่อช่วยสือเนี่ยน หลีกเลี่ยงการรังแกต่อสือเนี่ยนจากแพศยาจื่อหวิ่น จี้หวั่งซู่ และทำให้สือเนี่ยนกับกู้เหวินโจวได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
เมื่อมองเนื้อเรื่องในนิยายที่ผุดขึ้นในหัว สือเนี่ยนก็อดรู้สึกเซ็งไม่ได้
นี่มันทรมานแต่นางเอกตลอดทั้งเรื่องไม่ใช่หรือไง พระเอกเชือดหัวใจตัวเองให้นางเอก ยังจะโปะโคลนใส่นางร้ายอีกต่างหาก แต่ทว่า เนื้อเรื่องที่ทรมานพระเอกกลับมีแค่ให้เขาเมาเหล้าแล้วเสียใจ
ก็ยากที่จะเมนต์อะไรมาก
สือเนี่ยนถึงกับคิดว่า ช่วงนี้ตัวเองเครียดเกินไป หรือว่าอ่านนิยายจากมะเขือเทศมากไป จนทำให้เกิดภาพหลอน มิฉะนั้นเรื่องประหลาดเช่นนี้จะเกิดขึ้นในโลกความจริงได้อย่างไร
อีกอย่าง นางเป็นไม้ดัดธรรมชาติแท้ ๆ ยังไงก็ไม่มีวันชอบผู้ชายนี่นา!
จนกระทั่งวันนี้ที่ได้เจอแพศยาจื่อหวิ่นในหนังสือ จี้หวั่งซู่ สือเนี่ยนกลับรู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
"กรุ๊งกริ๊ง" กระดิ่งลมปฏิริ้ว หน้าประตูแกว่งไกว ผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวเปรี้ยวจฉูดฉาดเดินเข้ามา
"คุณคือสือเนี่ยนเหรอ"
สือเนี่ยนมองจนตะลึง นี่ไม่ใช่ภรรยาที่ฟ้าส่งมาให้หรอกหรือ
[ไอ้ขาว ข้าจะมีความรักแล้ว]
ไอ้ขาวคิดว่าผู้ถูกสิงเป็นบ้า นางไม่ควรจะรักกับพระเอกกู้เหวินโจวหรอกหรือ
นี่ นี่นี่นะ นี่คือแพศยาจื่อหวิ่นในบทที่เดินเข้ามา จี้หวั่งซู่ต่างหาก!
"คุณคือสือเนี่ยนเหรอ"
"สวัสดี ฉันคือจี้หวั่งซู่"
ตอนนี้ที่ได้เห็นจี้หวั่งซู่ตัวจริงยืนอยู่ตรงหน้า จะไม่ใช่ตัวละครเบาบางที่ประกอบจากสัญลักษณ์เย็นชาในหนังสืออีกต่อไป หัวใจของสือเนี่ยนก็เต้นตึกตักไม่หยุด
คนอะไรสวยงามเหลือเกิน
[ผู้ถูกสิง จี้หวั่งซู่กำลังจะด่าทอคุณด้วยถ้อยคำหยาบคาย โจมตีบุคคล และปาเค้กใส่หน้าคุณ กรุณาหลบเลี่ยงให้ทันท่วงที]
[หุบปาก อย่ากวนข้าคุยกับสาวสวย!]
ไอ้ขาวคิดว่าตัวเองจะหาเจ้าบ้านผิดตัวไปไม่ได้ แต่ว่า เจ้าบ้านคนนี้ทำไมถึงไม่ค่อยเหมือนกับในหนังสือกันล่ะ
มันเงียบเสียงไป กลับสู่ฐานข้อมูลของตัวเองอย่างเงียบ ๆ แล้วทำการค้นหาข้อมูลของสือเนี่ยน
เคราะห์ร้ายยิ่งนัก สือเนี่ยนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือผู้อาศัยที่มันกำหนดไว้จากโชคชะตาจริง ๆ รูปลักษณ์หญิงขาวละออ ภายในจิตใจ... คุณอย่าไปสนใจเลย
รูปลักษณ์ภายนอกของสือเนี่ยนนั้นหลอกลวงคนอื่นเอามาก ๆ ดวงตากลมโตวาววับเยิ้มน้ำเงยขึ้นมองจี้หวั่งซู่ "คุณจี้ สวัสดีค่ะ ฉันคือสือเนี่ยน ขอถามว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า"
คุณช่างเหมือนภรรยาที่ฉันลิขิตไว้ในโชคชะตาเหลือเกิน
คำนี้สือเนี่ยนไม่กล้าพูดออกมา บางครั้ง ปากก็ควรจะมีสลักบ้าง อย่าให้ภรรยาในอนาคตของนางหนีเตลิดไปเสียก่อน
ที่สือเนี่ยนพูดน้อย ๆ เพื่อไม่ให้พลาด สร้างความประทับใจดีให้จี้หวั่งซู่ แต่ในสายตาจี้หวั่งซู่กลับเห็นว่าเธอทำให้เด็กสาวตรงหน้าตกใจ เธอจึงอยากจะผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนโยนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ระบบของจี้หวั่งซู่ตรวจจับเจตนาของเธอได้ จึงเปิดโปรแกรมเตือนเธอ
จี้หวั่งซู่เพียงรู้สึกว่าปลายนิ้วมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านแผ่วเบา แสบเสียวนิดหน่อย จึงกำนิ้วแน่นโดยไม่รู้ตัว
นางไม่ได้สังเกตว่า สายตาของสือเนี่ยนกำลังจ้องอยู่ที่มีมือที่กำแน่นนั้นอย่างไม่ละสายตา
นางกำลังนับข้อนิ้วของจี้หวั่งซู่
เรียวยาว ขาวนวล ข้อนิ้วเด่นชัด เล็บตัดแต่งสะอาดมนกลม ไม่มีการตกแต่งเล็บใด ๆ
สือเนี่ยนให้คะแนนในใจเงียบ ๆ 10 เต็ม 10
มือขวา นิ้วนาง ไม่มีแหวน
ไม่ได้แต่งงาน
ไม่มีแฟนหนุ่ม
ไม่มีแฟนสาว
......
ไอ้ขาวสามารถอ่านกิจกรรมทางจิตใจทั้งหมดของผู้อาศัยได้ ตอนนี้มันอยากจะฟอร์แมตระบบของตัวเองลงตรงนี้เสียเหลือเกิน
โลกนี้ช่างงดงามเพราะเด็กผู้หญิง หลังจากสือเนี่ยนได้เจอกับจี้หวั่งซู่ ตลอดทั้งวันก็เต็มไปด้วยความสุข
เลิกงานถือเค้กเพิ่งเดินพ้นประตูร้าน ก็เห็นข้าง ๆ ประตูมีถุงสองถุงสไตล์ต่างกันวางตั้งอยู่อย่างเป็นระเบียบ
สือเนี่ยนนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูร้าน วางเค้กไว้บนแท่นกันน้ำ มือขวากวาดของสองถุงนั้นมารวมกันที่หน้าตัก ค่อย ๆ แกะดูทีละชิ้น
เป็นของให้กับนาง
ในถุงกระดาษด้านซ้ายมีหลอดยาบรรจุอยู่หนึ่งหลอด ตัวอักษรสามตัวบนกล่องว่า "ขอโทษนะ" เขียนได้หวัดพริ้วไหวราวมังกรผงาดฟ้า สะท้านเผยองอาจ ทำให้สือเนี่ยนนึกถึงจี้หวั่งซูที่สวยเฉียบคมในแบบเดียวกัน
ด้านขวาเป็นถุงผ้าประณีต ด้านในเป็นจี้กระต่ายน้อยขนนุ่มฟู อ้วนกลมกว่าตัวบนเค้กของนางเป็นรอบ ท้องกลม ๆ เย็บติดแครอทเล็ก ๆ น่ารัก ดูแล้วก็เรียบร้อยน่าเอ็นดู
ที่ก้นถุงมีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งถูกทับอยู่ พับไว้สองทบ ค่อย ๆ คลี่ออก ก็เห็นว่าเขียนว่า 'สุขสันต์วันเกิด' ลายมือเรียบร้อยเป็นระเบียบ
สือเนี่ยนจ้องที่ตัวอักษรนี้อยู่หลายวินาที กลั้นไม่อยู่ จึงซุกหน้าลงในขนนุ่มของจี้กระต่ายน้อย หัวเราะออกมาเบา ๆ หวิวหวาน
น่ารักอะไรอย่างนี้
ไม่ต้องถามก็รู้ ต้องเป็นจี้หวั่งซู่วางไว้ที่นี่แน่ ๆ แถมยังเขียนกระดาษโน้ตด้วยลายมือสองแบบเพื่อกลบเกลื่อนอีกต่างหาก
คนคนนี้คิดยังไงว่าตัวเองจะหลอกคนอื่นได้ล่ะ
สือเนี่ยนเริ่มสนใจจี้หวั่งซู่ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว นางเก็บกระดาษโน้ตอย่างทะนุถนอม
จี้หวั่งซู่ ยั่วฉันแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะหนีไปได้นะ
[ผู้ถูกสิง ข้าต้องเตือนท่าน...]
[ไอ้ขาว ดูสิ ฉันก็ว่าเธอแคร์ฉัน เธออวยพรวันเกิดให้ฉัน]
[นี่แสดงว่านางสำนึกผิด]
[เธอให้กระต่ายน้อยกับฉัน เป็นของขวัญวันเกิด ของหมั้นรักของเรา] สือเนี่ยนห้อยจี้เข้ากับซิปเป้ของนาง ปรับมุมอย่างตั้งใจ ให้เจ้ากระต่ายอ้วนนั่งตรงบนหัวซิป
รหัสของไอ้ขาวในวินาทีนั้นรู้สึกถึงความยุ่งเหยิงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันถึงกลับไม่สามารถวิเคราะห์ตรรกะพฤติกรรมของใครในสองคนนี้ได้
นี่มันภาษาอะไรกัน ทำไมมันฟังไม่เข้าใจเลย
