เช่นเดียวกับนางเอกในนิยายสาวบงการซีอีโอทั้งหลาย ชาติกำเนิดของสือเนี่ยนก็แสนอาภัพ มีคุณยายที่ป่วยหนัก พ่อแม่หายสาบสูญ และตัวเธอเองเป็นเด็กกำพร้า
ดังนั้นเมื่อจี้หวั่งซู่ก้าวเข้ามาในชีวิตอย่างกะทันหัน พร้อมความอบอุ่นที่เธอนำมาให้ สือเนี่ยนก็เริ่มมีความละโมบ
ชีวิตที่แห้งแล้งได้แต้มสีสันขึ้นมา เธออยากรู้จักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น
วันนี้เดิมทีเธอก็จะไปเยี่ยมคุณยายที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว โชคยังดีที่ได้แบ่งเค้กนี้ให้คุณยายชิม คุณยายตัวน้อยชอบกินของหวานมาก ให้แกกินสักสองสามคำพอหายอยาก
คุณยายพักอยู่ที่แผนกโรคระบบหายใจและภาวะวิกฤตของโรงพยาบาลประชาชนประจำเมือง ห้องพักอยู่สุดทางเดิน ด้านนอกหน้าต่างมีต้นแปะก๊วยใหญ่ ใบพึ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
เห็นสือเนี่ยนมาเยี่ยม คุณยายตัวน้อยยิ้มไม่หุบ มองกระต่ายน้อยบนเค้กแล้วเอ่ยว่าน่ารักจัง
"น่ารักใช่ไหมคะ เพื่อนหนูให้มา หนูแอบกินไปชิ้นหนึ่งแล้วนะ หวานมากเลย คุณยายรีบชิมดูสิ"
สือเนี่ยนชี้ไปตรงขอบเค้กข้างกระต่ายที่ถูกเช็ดออกแล้วนิดหน่อย ยิ้มตาหยีบอกคุณยาย
"เพื่อน เนี่ยนเนี่ยนมีเพื่อนใหม่แล้วเหรอ"
เทียบกับเค้กแล้ว เห็นได้ชัดว่าคุณยายดีใจกับเรื่องนี้มากกว่า สือเนี่ยนแทบไม่มีสังคมเลยเพราะต้องดูแลแก พอได้ยินว่าเธอมีเพื่อนใหม่ คุณยายดีใจยิ่งกว่าตัวสือเนี่ยนเองอีก
สือเนี่ยนผงกหัวอย่างหนักแน่น "ค่ะ เป็นผู้หญิงที่สวยมาก"
พวกเธอจะต้องเป็นเพื่อนกัน แน่นอนว่าต้องเป็น
ยังไงแล้วจะเป็นแฟนกันได้ ก็ต้องเริ่มจากเป็นเพื่อนกันก่อนนี่นา
หลังจากคุยกับหมอเจ้าของไข้คุณยาย สือเนี่ยนก็พูดเป็นนัยว่าอยากให้คุณยายตรวจบางอย่างตามที่เขียนในนิยายต้นฉบับ หมอบอกว่าจะพิจารณาในทิศทางนี้ เธอถึงกลับมาที่ห้องเช่าเล็ก ๆ พร้อมเค้กก้อนโตที่เหลือ
เปิดลิ้นชักที่ใส่กุญแจไว้ สือเนี่ยนหยิบกระดาษโน้ต กล่องยาขี้ผึ้ง และซองบรรจุภัณฑ์สองซองที่ได้คืนนี้ ใส่ลงไปทีละอย่าง
เธอยกกระดาษแผ่นที่เขียนว่า "สุขสันต์วันเกิด" ขึ้นมาจรดปลายจมูก หลับตาสูดดม
ไม่มีกลิ่นอะไรเลย เป็นแค่กระดาษโน้ตธรรมดา ไม่มีกลิ่นหอมติดตัวของจี้หวั่งซู่ น่าเสียดาย
ดึงถุงพลาสติกใสปิดผนึกออกมาจากลิ้นชัก นี่แหละบ้านใหม่ของกระดาษใบนี้แล้ว
แล้วเธอก็ล้วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอกอีก กระดาษรองอบที่ถูกพับอยู่
คลี่ออก ส่องกับแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ยืนยันว่ามีรอยคราบมันบางเบาอยู่หนึ่งจุด
เธอใช้มีดคัตเตอร์สะอาดตัดรอยนั้นที่จี้หวั่งซู่ทิ้งไว้ออกมา ใส่ลงในหลอดเซนตริฟิวจ์ใส
เขียนวันที่กำกับ หลอดก็ถูกใส่ลงลิ้นชักเช่นกัน แล้วล็อกกุญแจ
ลิ้นชักนี้จะค่อย ๆ ถูกบรรจุมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบจี้หวั่งซู่
สือเนี่ยนเป็นนักวาดการ์ตูน ในห้องเช่าเล็ก ๆ นอกจากเตียงแล้ว พื้นที่ที่เหลือแทบจะถูกโต๊ะและภาพวาดของเธอยึดครองจนเต็ม
เปิดคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตวาดรูป นึกย้อนถึงลักษณะของจี้หวั่งซู่ที่เจอในวันนี้
หล่อนสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำ ซับในเป็นสีแดงไวน์ ผมหยักศกสยายพาดบ่า ทั้งคนเหมือนดอกกุหลาบที่ร้อนแรง เปล่งเสน่ห์ที่ทำให้สือเนี่ยนลุ่มหลง
อ่านนิยายจบทั้งเล่ม สือเนี่ยนรู้สึกว่าตัวละครหญิงในเรื่องล้วนสวยงาม แต่กลับถูกบังคับด้วยปากกาของผู้เขียน ให้หมกมุ่นอยู่กับผู้ชายคนเดียวอย่างมืดบอด สูญเสียแสงสว่างของตัวเอง
พระเอกกู้เหวินโจวเองก็มีจุดเด่นที่แข็งแกร่งในระดับหนึ่ง แต่เธอก็รู้สึกว่า เขาไม่คู่ควรกับเหล่าหญิงสาวในหนังสือที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อเขา
ปลายปากกาลากเค้าโครงง่าย ๆ บนกระดานไม่กี่ที ร่างของผู้หญิงก็เป็นรูปร่าง
เส้นสายของโค้ทดำคมคาย เด็ดขาด ผมหยักศกสองสามปอยห้อยข้างไหล่ ราวกับสายลมพัดบนกระดาษสา น้ำหมึกไหลรินอย่างอิสระ ถ่ายทอดบุคลิกของจี้หวั่งซู่ได้สมบูรณ์แบบ
มีเพียงใบหน้าของคนที่ว่างเปล่า ไม่ใช่สือเนี่ยนวาดไม่ได้ แต่เป็นเพราะแววตาคู่นั้นสร้างความประทับใจให้เธอลึกเกินไป ลึกเสียจนถ้าลงมือวาดแล้ว คืนนี้เธอคงไม่ได้นอน
เธอคิดว่า นี่คงเป็นรักแรกพบสินะ
ข้างโต๊ะ ผ้าพันคอที่คุณยายถักให้สือเนี่ยนถูกพับวางอย่างเรียบร้อยในจุดที่เอื้อมมือถึง นั่นคือของขวัญวันเกิดที่เธอได้รับปีนี้
ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว จี้หวั่งซู่เองก็คงต้องการผ้าพันคอสักผืนใช่ไหม
ผ้าพันคอของหล่อนควรเป็นแบบไหนกันนะ
สีแดงก็สดเกินไป สีดำก็เย็นเกินไป ควรเป็นสีอ่อน ๆ สีขาวนวลหรือเหลืองนม ยิ่งขับผิวของหล่อน
มีให้จึงมีตอบ เธอเองก็อยากมอบของขวัญให้จี้หวั่งซู่สักชิ้น แม้ว่าจี้หวั่งซู่ไม่จำเป็น และทั้งสองคนก็เพิ่งเคยเจอกันครั้งนี้เท่านั้น
แต่สือเนี่ยนรู้ว่าสองคนจะต้องพัวพันกันไม่จบไม่สิ้นในภายภาคหน้า เธออยากจะลงมือเขียนบทใหม่ด้วยตัวเอง
ไอ้ขาวมองดูพฤติกรรมวิปริตของผู้ผูกมัด ไม่กล้าปริปาก
สือเนี่ยนเปิดหน้ากระดาษวาดภาพเปล่าขึ้นมาอีกหน้า
บนหน้าจอคือกระต่ายกับแมวขาวนอนแนบชิดกัน กระต่ายอ้วนกลมมีครีมก้อนเล็ก ๆ วางอยู่บนหัว แมวขาวทำท่าเย่อหยิ่งเลียอุ้งเท้าตัวเองอยู่ข้าง ๆ
สือเนี่ยนตั้งชื่อภาพนี้ว่า "ครีมกับพระจันทร์"
หวั่งซู่ พระจันทร์ดวงน้อย
สือเนี่ยนละโมบมาก เธอไม่ได้เกลียดที่พระจันทร์สว่างไสวแต่ไม่ส่องมาที่ตน เธอต้องการครอบครองพระจันทร์
สือเนี่ยนพบพระจันทร์ของตัวเองแล้ว ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ตัดสินใจเรียกระบบออกมาเล่นด้วย
ในห้องเช่าที่คับแคบและเปล่าเปลี่ยวนี้ มีเสียงหนึ่งเป็นเพื่อนคุยด้วยก็สนุกดีเหมือนกัน
"สวัสดีไอ้ขาว" ตอนที่ไม่มีใคร เธอยังอยากเปล่งเสียงพูดกับไอ้ขาว ยังไงก็ไม่มีใครเห็นแล้วหาว่าเธอบ้า
[ผู้ผูกมัด ข้าอยู่ที่นี่]
"ฉันจะเจอจี้หวั่งซู่อีกครั้งเมื่อไหร่"
[สามวันให้หลัง กู้เหวินโจวจะจัดงานเลี้ยงการกุศลในนามของกลุ่มบริษัท โดยระบุให้ร้านเค้กที่คุณทำงานอยู่จัดหาโต๊ะขนมหวาน]
[คุณต้องไปปรากฏตัวในฐานะพนักงาน จี้หวั่งซู่ในฐานะคุณหนูแห่งตระกูลจี้ก็จะไปร่วมงานด้วย ในงานเลี้ยงกู้เหวินโจวจะเฝ้าสนใจคุณตลอด ทำให้ค่าความอิจฉาของจี้หวั่งซู่พุ่งพรวด และลงมือวางยาในเครื่องดื่มให้คุณ]
"เดี๋ยวก่อน!" สือเนี่ยนดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือจับผ้าห่มอย่างตื่นเต้น
"เธอบอกว่า หล่อนจะวางยาฉันเหรอ"
[ใช่ ผู้ผูกมัด ตามบท สุดท้ายแล้วแผนของหล่อนจะพลิกผันทำให้คุณกับกู้เหวินโจวลงเอยกัน]
"หล่อนจะโรยผงยาลงในแก้วของฉัน มือสั่นเพราะเกร็ง กัดริมฝีปากล่างแล้วชะเง้อมองซ้ายขวา จนแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นถึงถอนใจโล่งอก" สือเนี่ยนตกอยู่ในห้วงจินตนาการของตัวเองเสียแล้ว ไม่รู้เหนือรู้ใต้
"หล่อนจะแอบมองฉันยกแก้วดื่มแต่ไกล หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกจากลำคอ แล้วหลังจากนั้น..."
เธอกอดหมอนแน่นขึ้น ซบหน้าลงไป
"หล่อนจะเป็นคนแรกที่มาอยู่ข้างกายฉัน ตอนที่ฤทธิ์ยาออก"
ไอ้ขาว: [???]
บทประหลาดพิลึกพวกนี้ไปเอามาจากไหนกัน
[ผู้ผูกมัด]ในน้ำเสียงของไอ้ขาวแฝงความเหนื่อยหน่ายที่ผ่านการถูกทำร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน
[แก่นความขัดแย้งของบทอยู่ที่นางเอกมีความสัมพันธ์กับพระเอกหลังจากฤทธิ์ยาออก เหยื่อคือคุณ ตัวร้ายคือจี้หวั่งซู่]
"อื้ม ๆ" สือเนี่ยนพยักหน้า "แล้วไงต่อ"
[แล้วคุณควรหาทางเลี่ยงวิกฤตนี้ ไม่ใช่คาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม]
"แหม ไม่ได้ดีอย่างที่เธอว่าหรอกน่า~"
[ผู้ผูกมัด ข้าคือระบบช่วยเหลือนางเอกดอกไม้ขาว หน้าที่คือปกป้องคุณจากการถูกทำร้าย]
สือเนี่ยนยื่นนิ้วชี้มาที่ตัวเอง "ฉันเหรอ ดอกไม้ขาว"
ไอ้ขาวไม่พูด
"เธอแน่ใจนะว่าหน้าที่ของเธอคือปกป้องฉัน"
[ใช่]
"งั้นเธอก็ปกป้องฉันไม่ให้ถูกทำร้ายจากพระเอกแล้วกัน อีกสามวันส่งฉันขึ้นเตียงจี้หวั่งซู่"
