กู้ชิงเค้นคำหนึ่งออกมาจากไรฟัน
“ไป”
วันนี้ขมขื่นพอแล้ว งั้นเธอก็ฉลองให้กับความขมขื่นนี้คนเดียว
ตั้งแต่อายุสามขวบ ในความทรงจำของเธอ คุณย่าก็พูดอยู่เสมอว่าเธอเป็นเด็กที่มีชะตาชีวิตลำเค็ญ
ตอนเด็กเธอเกือบจมน้ำตายในแม่น้ำ คุณย่าเก็บเธอกลับบ้านแล้วบอกว่าเธอเป็นลูกหมาป่าป่าบนเขา แต่เพราะดวงแข็งจึงรอดมาได้ พอโตขึ้นมาหน่อย คุณย่าก็บอกว่าเธอถูกคนในครอบครัวทอดทิ้ง เพราะพวกเขารังเกียจที่เธอเป็นเด็กผู้หญิง เลี้ยงไปก็มีแต่สิ้นเปลืองเงิน ต่อมากลับบอกว่าเธอเป็นคุณหนูจากครอบครัวร่ำรวยที่พลัดหลงมาเอง ไม่มีวาสนา
แน่นอนว่าเธอไม่เคยเชื่อคำพูดเหล่านั้นเลยสักคำ
แต่วันนี้เธอกลับเชื่ออยู่บ้าง ชีวิตลำเค็ญนี่เป็นเรื่องจริง
แฟนหนุ่มที่คบกันเป็นพวกหลอกลวงสารเลว เธออดออมเลี้ยงดูเขามาตลอดปี เขาไม่ได้เปลี่ยนใจ แต่ไม่เคยรักเธอเลยต่างหาก ระหว่างทางยังเกิดอุบัติเหตุรถชน บาดเจ็บไปทั้งตัว เสียเงินแล้วยังซวยซ้ำซวยซ้อน
ตอนกู้ชิงเดินมาถึงร้านฮวาสือซวี่ พนักงานต้อนรับหน้าประตูกลับไม่ยอมให้เธอเข้า เพราะคิดว่าเธอเป็นขอทานมาจากไหนก็ไม่รู้
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา แสดงรหัสยืนยันการจองอาหาร พนักงานต้อนรับกวาดตามองเธออีกครั้ง แต่ก็ยังไม่กล้าปล่อยให้เข้าไป
“คุณผู้หญิงคะ คือว่า...เสื้อผ้าของคุณขาดรุ่งริ่ง แถมบนใบหน้ายังมีคราบโคลนสีน้ำตาล...ถ้าเข้าไปคงกระทบประสบการณ์การรับประทานอาหารของลูกค้าท่านอื่น...”
“เพิ่งถูกรถชนมา ยังไม่ตาย แล้วทำไมถึงไม่ให้คนกินข้าวด้วยล่ะ”
แววตาเย็นเยียบราวกับนักโทษหนีตายที่ไม่เกรงกลัวอะไร ทำเอาพนักงานต้อนรับหนาวสะท้านไปทั้งตัว รีบเปิดประตูหลีกทางให้เธอทันที
นี่คือร้านอาหารที่เธอเฝ้าฝันถึงมานาน
กู้ชิงนั่งหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง ใบหน้าซีดไร้เลือดฝาดสะท้อนอยู่บนกระจก
เธอถอดเสื้อคลุมสีเหลืองสกปรกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ตรงนั้นควรเป็นที่นั่งของลู่เยี่ยนเฉิน
พนักงานเสิร์ฟทยอยนำอาหารตามรายการมาเสิร์ฟ ในชุดอาหารมีปลากะรังแดงนึ่งแบบกวางตุ้งเพียงหนึ่งที่ ส่วนซี่โครงเนื้อออสเตรเลียทอดกระทะ ปูผัดหน่อไม้ฝรั่ง พุดดิ้งชีสผลไม้สด รวมถึงซุปและเครื่องดื่มล้วนมีอย่างละสองที่
