ฟางเสี่ยวหลานเดินตามแผ่นหลังของฟางเว่ยจวินออกจากปากตรอก เดิมทีคิดจะหาทางแยกไปคนละทาง
แต่ฟางเว่ยจวินเดินเร็ว เธอก็เดินเร็ว ทั้งสองคนเดินนำหน้าและตามหลังกันไป ไม่มีใครเอ่ยปาก
เมื่อเดินมาถึงทางแยกอีกแห่ง ฝีเท้าของฟางเว่ยจวินก็พลันช้าลง
พี่รองหันกลับมามองฟางเสี่ยวหลานแวบหนึ่ง
แววตานั้นมีความหมายบางอย่างที่บอกไม่ถูก คล้ายกำลังลังเลอะไรอยู่ หรือไม่ก็เหมือนกำลังหยั่งเชิงเธอ
“น้องสี่นัดกับหยางเหนียนเอ๋อร์ไว้ที่ไหน?”
ฟางเสี่ยวหลานใจไหววูบ ทว่าสีหน้ายังคงเรียบเฉย “ข้างหน้า แถวห้างสรรพสินค้าน่ะ”
ฟางเว่ยจวินพยักหน้า ไม่ถามอะไรต่อ แล้วหันกลับเดินต่อไป
เดินไปได้อีกหลายสิบก้าว จู่ ๆ ฟางเว่ยจวินก็หยุดลง ก่อนพูดโดยไม่หันกลับมา
“น้องสี่ เรื่องที่เธอพูดครั้งก่อน...พี่จำไว้แล้ว”
ฝีเท้าของฟางเสี่ยวหลานชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าทำไมพี่รองถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมากะทันหัน
ฟางเว่ยจวินไม่รอให้เธอตอบ เขาเร่งฝีเท้าเลี้ยวเข้าไปในตรอกทางซ้าย และหายลับไปจากปากตรอกอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมา
ฟางเสี่ยวหลานยืนนิ่ง มองไปยังทิศทางที่ฟางเว่ยจวินหายลับไป ความประหลาดใจในใจยังไม่จางหาย
เขานี่...ไปบ้านเพื่อนร่วมชั้นจริง ๆ เหรอ? หรือไปที่อื่นกันแน่?
ฟางเสี่ยวหลานไม่รู้ และก็คร้านจะสนใจ เรื่องที่ควรเตือนก็เตือนไปแล้ว จะฟังหรือไม่ก็เรื่องของเขา
ฟางเสี่ยวหลานละสายตา เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปทางห้างสรรพสินค้า
หยางเหนียนเอ๋อร์นัดเธอให้ไปเจอกันที่หน้าห้าง ทั้งสองตกลงกันไว้แล้ว
ฟางเสี่ยวหลานเดินข้ามถนนไปสองสาย เลี้ยวออกสู่ถนนใหญ่ ไกลออกไปก็เห็นอาคารสีเทาของห้างสรรพสินค้าแล้ว
หน้าประตูมีคนยืนอยู่หลายคน
ฟางเสี่ยวหลานเห็นหยางเหนียนเอ๋อร์ได้ในทันที
หยางเหนียนเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงจุดที่สะดุดตาที่สุดหน้าประตู สวมกระโปรงลายดอกไม้ ผมถักเป็นเปียสองข้าง ปลายเปียผูกยางรัดผมสีแดงสองเส้น ท่ามกลางผู้คนจึงเห็นได้เด่นชัดเป็นพิเศษ
เธอเขย่งปลายเท้ามองมาทางนี้ พอเห็นฟางเสี่ยวหลาน ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
“เสี่ยวหลาน! เธอมาแล้ว!”
หยางเหนียนเอ๋อร์วิ่งมาหยุดตรงหน้าฟางเสี่ยวหลาน คว้าแขนเธอไว้ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความดีใจระคนประหลาดใจ
