วันที่สามของการเปิดเทอมใหม่ พอเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น ฟางเสี่ยวหลานก็เก็บกระเป๋านักเรียนช้ากว่าปกติเล็กน้อย
บทเรียนชั้นมัธยมต้นปีสามหนักกว่าปีสองมาก ครูประจำชั้นบอกตั้งแต่วันเปิดเทอมว่าเทอมนี้ต้องเร่งสอนให้ทันตามกำหนด ตั้งใจเรียนเนื้อหาใหม่ให้จบก่อนกำหนดหนึ่งเดือน จะได้เหลือเวลาทบทวนทั้งหมด
ฟางเสี่ยวหลานไม่ได้กังวลเรื่องทบทวนบทเรียน
เธอกังวลเรื่องอื่นต่างหาก
วันเปิดเทอม เธอเดินผ่านบอร์ดประกาศของโรงเรียนและเห็นกระดาษสีแดงแผ่นใหญ่ติดอยู่บนนั้น
มีข้อความอย่าง “ยึดมั่นและปฏิบัติตามแนวทางการศึกษาของพรรคอย่างเด็ดขาด” ลายมือเขียนลวก ๆ แป้งเปียกก็ป้ายเบี้ยวไปมา ดูเหมือนเพิ่งได้รับคำสั่งกะทันหันแล้วรีบทำขึ้นมาติด
หน้าแผ่นประกาศมีกลุ่มนักเรียนยืนล้อมอยู่สองสามคน บ้างก็ซุบซิบกัน บ้างก็หัวเราะหยอกล้อ ไม่มีใครสนใจข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น
แต่ฟางเสี่ยวหลานสนใจ
เธอจำได้ว่าในนิยายเขียนไว้ว่า ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีนี้เป็นต้นไป บรรยากาศในโรงเรียนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย
เริ่มจากมีคำขวัญเพิ่มขึ้น จากนั้นก็เรียนหนังสือน้อยลงเรื่อย ๆ ส่วนการเรียนการเมืองกลับเพิ่มขึ้น แล้วหลังจากนั้น... ก็ไม่ต้องไปโรงเรียนอีก
แต่เรื่องพวกนี้พูดกับเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้ จะพูดกับหยางเหนียนเอ๋อร์ก็ไม่ได้เหมือนกัน พูดกับใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น
ฟางเสี่ยวหลานยัดหนังสือเล่มสุดท้ายลงในกระเป๋าสะพาย ก่อนลุกขึ้นเดินออกไป ห้องเรียนชั้นมัธยมต้นปีสามอยู่บนชั้นสาม ทางเดินชั้นสองแทบไม่เหลือคนแล้ว
ฟางเสี่ยวหลานเหลือบมองไปทางห้องมัธยมต้นปีสองห้องสามตามความเคยชิน ตั้งแต่เธอกระโดดชั้น หยางเหนียนเอ๋อร์ก็จะมารอเธอตรงบันไดทุกวันหลังเลิกเรียน ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก
วันนี้ก็เช่นกัน
หยางเหนียนเอ๋อร์สะพายกระเป๋าผ้าสีซีดจนแทบขาว เปียสองข้างแกว่งไปมาตรงบ่า พอเห็นฟางเสี่ยวหลานเดินลงมาจากชั้นบน ดวงตาก็เป็นประกาย ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
