ห้องรับรองของโรงงานเครื่องจักรใหญ่ประจำมณฑล
หลิงเยว่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ตรงหน้ามีแก้วเคลือบใบหนึ่งวางอยู่ น้ำชาในแก้วเย็นชืดไปแล้ว
ชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปีนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาพลิกดูใบคำร้องขอตรวจสอบเอกสารที่หลิงเยว่ยื่นให้ช้า ๆ อ่านอย่างละเอียดทุกหน้า
“มาจากฟาร์มซิงไหลหูสินะ”
ผู้อำนวยการหลินพับใบคำร้องเก็บวางลงบนโต๊ะ เงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง
“คุณชื่อหลิงเยว่ใช่ไหม”
“ครับ”
“ลูกชายหลิงอี้!”
ขนตาของหลิงเยว่ขยับเล็กน้อย เขาไม่ได้ตอบ แต่ปลายนิ้วที่วางอยู่บนหัวเข่ากลับงอเข้าหากันนิด ๆ
ผู้อำนวยการหลินมองใบหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงพลิกกระดาษสองสามแผ่นนั้นต่อ
น้ำเสียงของผู้อำนวยการหลินพลันลดต่ำลงเล็กน้อย
“คุณคงไม่รู้ ตอนที่อุปกรณ์ชุดนี้ผ่านพิธีการนำเข้า มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นนิดหน่อย”
แผ่นหลังของหลิงเยว่เกร็งขึ้นวูบหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้อำนวยการหลิน รอฟังอีกฝ่ายพูดต่อ
ผู้อำนวยการหลินมองเขา คล้ายกำลังประเมินว่าควรเล่าถึงแค่ไหน
“อุปกรณ์ชุดนี้นำเข้าจากเอสแอลเมื่อปี 1957 ภายนอกระบุว่าเป็นเครื่องจักรกลการเกษตร
แต่ตอนนั้นทางศุลกากรพบว่าเครื่องจักรบางเครื่องมีรอยเชื่อมซ่อมอยู่ด้านใน ดูเหมือนถูกใครสักคนถอดออกแล้วปิดผนึกกลับเข้าไปใหม่”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ต่อมาโรงงานส่งคนไปตรวจสอบ แล้วพบว่ามีของบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ในนั้นซุกอยู่ในช่องลับของเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง”
หลิงเยว่ผ่อนลมหายใจให้เบาลง ก่อนถามว่า “ของอะไรครับ”
“กระดาษแผ่นหนึ่ง”
ผู้อำนวยการหลินบอก “ต่อมาถูกส่งมอบให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยแล้ว ผมไม่รู้เนื้อหาที่แน่ชัด แต่ชื่อผู้ดำเนินการที่ลงไว้เป็นชื่อพ่อของคุณ”
หลิงเยว่ไม่ละสายตา น้ำเสียงยังคงสงบนิ่ง
“บันทึกการจัดสรรยังอยู่ไหมครับ”
“อยู่ ตู้เก็บเอกสารแถวที่สองในห้องใต้ดิน แฟ้มเก่าช่วงต้นทศวรรษ 1960 เก็บไว้ที่นั่น คุณเอาใบคำร้องไปค้นได้เลย”
ผู้อำนวยการหลินลุกขึ้น เดินไปยังตู้เหล็กตรงมุมห้อง ก้มค้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบกุญแจทองเหลืองดอกหนึ่งส่งให้
“ตู้หมายเลขสิบเจ็ดในเขตเอ ล็อกเสียแล้ว ดึงออกได้เลย ดูเสร็จแล้วเอากลับไปวางที่เดิม”
