หิมะในป่าลึกท่วมสูงจนเลยข้อเท้า
ผู้บังคับกองร้อยโจวเดินนำอยู่หน้าสุด จู่ ๆ ก็ยกมือกำหมัด ทุกคนหยุดทันที
เขาย่อตัวลง แหวกพุ่มไม้แห้งตรงหน้าออก เผยให้เห็นหมูป่า 7 ตัวกำลังคุ้ยหาอาหารอยู่บนเนินลาดห่างออกไป 60 เมตร
หมูป่าตัวผู้ที่ใหญ่ที่สุดยืนอยู่บนยอดเนิน ขนแผงคอแข็งราวเข็มเหล็ก เขี้ยวขาววาววับ น้ำหนักอย่างน้อย 150 กิโลกรัม
ตัวเมียเล็กกว่าตัวผู้หนึ่งช่วงตัว ข้างกายมีลูกหมู 5 ตัวล้อมอยู่ พวกมันอ้วนกลม ก้มหน้าคุ้ยรากไม้ใต้หิมะ
ดวงตาของผู้บังคับกองร้อยโจวเป็นประกาย
เขาหันกลับไปมองคนที่ตามมา ทุกกลุ่มมาถึงครบแล้ว
ปืน 11 กระบอก กลุ่มปัญญาชนและคนงานอีกยี่สิบกว่าคนถือมีดฟืนกับกระบอง ต่างแยกย้ายกันไปเงียบ ๆ บนพื้นหิมะ
“หลิงเยว่ หมูป่าตัวผู้ใหญ่บนยอดเนินฝากนายจัดการ อ้อมขึ้นไปทางซ้าย”
ผู้บังคับกองร้อยโจวลดเสียงลง “จ้าวเถี่ยจู้ นายพาคนกลุ่มหนึ่งไปปิดทางขวา กลุ่มที่สองตามฉันบุกจากด้านหน้า จัดการตัวใหญ่สองตัวก่อน ส่วนตัวเล็กหนีไม่พ้นหรอก”
หลิงเยว่พยักหน้า ปลดปืนล่าสัตว์จากบ่า ย่อตัวลอบไปทางซ้าย
จ้าวเถี่ยจู้ก็เคลื่อนไหว พาคนกลุ่มหนึ่งอ้อมไปทางขวา
ผู้บังคับกองร้อยโจวย่อตัวอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปทางยอดเนินไม่วางตา
ผ่านไปราวสิบนาที ประกายสะท้อนวูบสั้น ๆ ปรากฏขึ้นหลังโขดหินก้อนใหญ่ หลิงเยว่เข้าประจำที่แล้ว
“ปล่อยหมา” ผู้บังคับกองร้อยโจวพูดเสียงเบา
เคอเสี่ยวลิ่วปลดสายจูง สุนัขล่าสัตว์สองตัวพุ่งออกไปราวกับลูกธนู ตรงเข้าหาเชิงเนิน
ฝูงหมูป่าแตกตื่น
แม่หมูเงยหน้าพรวด ส่งเสียงครางสั้น ๆ ลูกหมูทั้งห้าตัวพากันหลบอยู่ด้านหลัง
หมูป่าตัวผู้ใหญ่หันกลับมา ขนแผงคอตั้งชัน เขี้ยวกระทบกันดังกรอด ๆ
มันไม่ได้พุ่งลงจากเนิน แต่หันขวับไปมองทางยอดเนิน
“ปัง!”
เสียงปืนกึกก้องไปทั่วหุบเขา
หัวหมูป่าตัวผู้ใหญ่ผงะลง ขาหน้าทรุด ร่างหนักกว่า 150 กิโลกรัมล้มโครมลงบนพื้นหิมะ ไถลไปไกลสองสามเมตร
กระสุนเจาะเข้าตาซ้าย นัดเดียวปลิดชีพ
“ยิง!” ผู้บังคับกองร้อยโจวตะโกนลั่น
“ปัง!” ปืนไรเฟิลของผู้บังคับกองร้อยโจวลั่น แม่หมูล้มลงทันที
“ปัง ปัง ปัง!”
ทหารอาสากลุ่มที่สองหลายคนยิงพร้อมกัน ทางด้านขวา ปืนของกลุ่มจ้าวเถี่ยจู้ก็ดังขึ้นเช่นกัน
