ฟางเสี่ยวหลานกลับมาถึงฟาร์มเลี้ยงผึ้งตอนที่ช่างกัวกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนธรณีประตู แกะถั่วลิสงกิน
เขาโยนถั่วลิสงเข้าปาก เคี้ยวดังกรุบกรอบ พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้าขึ้น ทั้งที่ปากยังเคี้ยวอยู่
“กลับมาแล้วเหรอ ล่าอะไรได้บ้าง?”
ช่างกัวลุกขึ้น ปัดเปลือกถั่วลิสงบนหัวเข่า สายตากวาดมองตะกร้าสะพายหลังของฟางเสี่ยวหลานก่อน แล้วถึงเห็นปืนบนบ่าของเธอ
ฟางเสี่ยวหลานวางตะกร้าลงกับพื้น ถอดปืนล่าสัตว์จากบ่าส่งให้เขา
“เอาปืนมาคืนค่ะ ได้เนื้อหมูป่ามา ป้าอ้วนแบ่งไว้ให้ มีหมูสามชั้น 5 ชั่ง ตับหมูหนึ่งพวง แล้วก็ไขมันหมูชิ้นใหญ่ค่ะ”
ช่างกัวรับปืนมา เปิดลูกเลื่อนตรวจดูตามความเคยชิน
เขาลองเลื่อนตัวป้อนกระสุน คิ้วพลันเลิกขึ้น
“เอ๊ะ ใช้ไปแค่นัดเดียวเองเหรอ?”
เขากระแทกพานท้ายปืนลงกับพื้น ยังกลืนถั่วลิสงไม่หมด พูดเสียงอู้อี้ว่า
“ฉันได้ยินเสียงปืนบนเขาดังเหมือนจุดประทัด พวกเธอยิงกันตั้งสิบกว่านัด แต่ได้หมูมาแค่ตัวเดียวเหรอ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้ขึ้นเขา”
ฟางเสี่ยวหลานนั่งยอง ๆ พลิกดูเนื้อในตะกร้าโดยไม่เงยหน้า
“ผู้กองให้ฉันเฝ้าค่ายค่ะ”
ช่างกัวชะงักไป ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ สองที
“ดีแล้ว เฝ้าค่ายสบายที่สุด ไม่ต้องแบกหมูป่าลงเขา ฉันบอกให้ ตอนนั้นฉันตามขึ้นเขาไปด้วย ต้องหามหมูป่าตัวผู้ลงมา คานกดไหล่จนปวดอยู่ตั้งสามวัน—”
“ช่างกัวคะ”
ฟางเสี่ยวหลานเงยหน้า มือยังกำห่อเนื้อไว้ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พูดออกมา ไม่อย่างนั้นถ้าช่างกัวไปได้ยินจากคนอื่น เธอคงถูกบ่นอีกแน่
“วันนี้เกิดเรื่องนิดหน่อยค่ะ”
รอยยิ้มของช่างกัวหุบลงครึ่งหนึ่ง แม้แต่ถั่วลิสงก็หยุดเคี้ยว
“เรื่องอะไร?”
ฟางเสี่ยวหลานเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อย่างรวบรัด—กู้ซือฉีถูกนักโทษหลบหนีสองคนจับตัวไป เธอตามรอยเท้าไปจนพบว่ามีคนอยู่ในถ้ำ จึงไม่กล้าเข้าใกล้และหลบอยู่หลังโขดหินเพื่อรอจังหวะ
