ฟางเสี่ยวหลานถูกเสียงพูดคุยในลานบ้านปลุกให้ตื่น
เธองัวเงียพลิกตัวไปมา ก่อนจะได้ยินเสียงช่างกัวพูดเบา ๆ อยู่ข้างนอก
"...เด็กคนนั้นยังไม่ตื่น ให้เธอนอนต่ออีกหน่อยเถอะ"
อีกเสียงหนึ่งรับคำ สำเนียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือชัดเจน
"ได้ งั้นเอาวัสดุมาส่งตอนบ่ายก็แล้วกัน"
ประตูรั้วส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ก่อนจะปิดลง
ฟางเสี่ยวหลานลืมตาขึ้น ฟ้าสว่างจ้าแล้ว
เธอผุดลุกขึ้นนั่งทันที ก้มมองตัวเอง เสื้อบุนวมยังอยู่ครบ กระดุมก็ติดเรียบร้อย เมื่อคืนเธอหลับไปทั้งอย่างนั้น
จริงสิ มิติส่วนตัว!
ฟางเสี่ยวหลานหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วดำดิ่งเข้าไปในมิติส่วนตัว
จี้หยกชิ้นนั้นยังอยู่
สีเขียวมรกต เนื้อเนียนนุ่ม ลอยอยู่ตรงมุมที่หม่นมัว
ประกายของมันสว่างขึ้นกว่าคืนก่อนเล็กน้อย บนผิวหยกมีแสงบางเบาไหลเวียน ราวกับสิ่งมีชีวิตกำลังหายใจ
รอยแยกตรงขอบเขตของมิติยังอยู่ และกว้างขึ้นจากเมื่อคืนเพียงนิดเดียว แสงด้านหลังส่องลอดออกมา คล้ายแสงจันทร์ดวงเล็ก ๆ ที่ถูกม่านหมอกบาง ๆ บดบัง
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใช้ความคิดแตะไปที่ขอบรอยแยกนั้น ความเย็นอุ่นแผ่วเบาราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิไหลผ่านทะเลสำนึก
แสงนั้นคล้ายตอบสนองด้วยการกะพริบวูบหนึ่ง ความอบอุ่นซึมย้อนตามกระแสความคิดกลับมาเป็นระยะหนึ่ง
ฟางเสี่ยวหลานลืมตา จ้องเพดานนิ่งไปหลายวินาที
หรือว่ามันกำลังเลื่อนขั้น?
เมื่อคืนเธอบอกว่า “ตอนนี้ยังดูไม่ออกว่ามีอะไรเปลี่ยนไป”...ดูเหมือนจะรีบพูดไปหน่อย
เธอพลิกตัวลงจากเตียงเตา ผลักประตูออกไป ก็เห็นหลิงเยว่กำลังล้างหน้าอยู่ตรงหน้าห้องครัว
เขาไม่ได้ย่อตัว แต่ยืนล้างหน้า
เอวโน้มลงเล็กน้อย น้ำที่รองไว้ในอุ้งมือไหลผ่าน ไม่ได้สาดใส่หน้า แต่ค่อย ๆ ใช้น้ำลูบให้ทั่วใบหน้าก่อน แล้วใช้นิ้วไล้จากโหนกแก้มไปหลังใบหู สุดท้ายจึงค่อยล้างถู
ท่วงท่าช้า จังหวะมั่นคง ดูเพลินตาอย่างประหลาด
ฟางเสี่ยวหลานมองจนชะงักไป
หลิงเยว่ลูบน้ำออกจากใบหน้า สะบัดหยดน้ำจากมือ ก่อนจะหันมาเห็นเธอเดินออกมา ท่าทางพลันชะงักไปครู่หนึ่ง
“ตื่นแล้วเหรอ?”
“อืม”
ฟางเสี่ยวหลานย่อตัวลงข้างเขา แล้ววักน้ำขึ้นมาสาดหน้า
ความเย็นทำให้เธอสะดุ้ง ตื่นเต็มตาทันที
