ฟางเสี่ยวหลานไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ
เธอไม่เคยตั้งใจทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอย่างละเอียด อีกทั้งเพิ่งข้ามมาที่นี่ได้ไม่นาน หลายอย่างยังอยู่ระหว่างปรับตัว
ฟางเสี่ยวหลานนึกถึงกิ่งไม้ท่อนใหญ่ที่เห็นในป่าเมื่อครู่ รวมถึงต้นไม้ที่ทั้งใหญ่ทั้งแข็งแรงพวกนั้น โชคดีที่มีดฟืนไม่ได้อยู่ในมือเธอ ไม่อย่างนั้นคงฟันไปแล้วแน่ ๆ
มิน่าล่ะ ต้นไม้แถวตีนเนินถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งเยอะ แต่กลับไม่มีใครแตะต้อง
ที่แท้ก็ตัดไม่ได้นี่เอง
ฟางเสี่ยวหลานยังคงสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงราบเรียบ “ไม่รู้เหมือนกัน ดีแล้วที่ไม่ได้ตัด”
ฟางเว่ยหงรับคำ “อืม” มือยังคงฟันกิ่งไม้ดังฉับ ๆ พลางถามไปด้วยว่า
“ตรงนั้นยังมีอีกไหม? ท่อนใหญ่ ๆ น่ะ”
ฟางเสี่ยวหลานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีอีกสองสามท่อน เดี๋ยวฉันไปลากมา”
“ได้ ลากมาทั้งหมดเลย เดี๋ยวฉันฟันให้”
ฟางเว่ยหงชี้ไปที่รถเข็น “ฟันเสร็จแล้วก็วางไว้ตรงกลางรถ เอากิ่งไม้พุ่มกับกิ่งหนามปิดทับด้านบนไว้ อย่าให้ใครเห็น”
ฟางเสี่ยวหลานพยักหน้า แล้วหันหลังเดินกลับไป
ในใจเธออดโล่งใจไม่ได้
ฟางเสี่ยวหลานเดินกลับไปยังป่าตรงจุดเดิม แล้วหยิบกิ่งไม้ท่อนที่เหลือซึ่งเล็กกว่าออกมาจากมิติส่วนตัว
ตอนเธอลากกิ่งไม้กลับไป ฟางเว่ยหงก็ฟันสองท่อนก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว หั่นเป็นท่อน ๆ วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
“วางตรงนี้” ฟางเว่ยหงชี้ไปยังที่ว่างบนพื้น
ฟางเสี่ยวหลานวางกิ่งไม้ลง ฟางเว่ยหงก็ฟันต่อ
ฟางเสี่ยวหลานยืนอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าช่วยอะไรไม่ได้ จึงสะพายตะกร้าขึ้นหลังแล้วไปเก็บใบสน
ใบสนก็คือใบไม้ที่ร่วงจากต้นสน มีลักษณะเล็กยาว พอแห้งสนิทก็จุดไฟติดง่าย เป็นเชื้อไฟอย่างดี
ฟางเสี่ยวหลานหาป่าสนเจอผืนหนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลง ใช้มือรวบใบสนบนพื้นให้เป็นกอง แล้วใส่ลงในตะกร้า
เธอเก็บอย่างรวดเร็ว ไม่นานตะกร้าก็เต็ม
ฟางเสี่ยวหลานสะพายตะกร้าขึ้นหลังแล้วเดินกลับไป
พอเดินมาถึงข้างรถเข็น ฟางเว่ยหงก็ฟันกิ่งไม้ทั้งหมดเสร็จแล้ว กำลังจัดเรียงขึ้นรถ
