ฟางเสี่ยวหลานเพิ่งเดินพ้นประตูบ้านไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากด้านหลัง
“น้องสี่!”
ฟางเว่ยหงวิ่งตามออกมา ผ้ากันเปื้อนยังผูกอยู่ที่เอว มือกำผ้าเช็ดจานแน่น น้ำหยดไหลจากปลายนิ้วลงมา
ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นอยู่หลายครั้งกว่าจะเอ่ยออกมาได้
“เธอ... เธอจะไปแบบนี้เลยเหรอ? แล้วเรื่องงานนั่น—”
ฟางเสี่ยวหลานหันกลับมามองฟางเว่ยหง
แสงแดดสาดเฉียงมาจากสุดซอย ทำให้เห็นความร้อนใจบนใบหน้าของฟางเว่ยหงอย่างชัดเจน
ที่จริงฟางเสี่ยวหลานเคยคิดจะยกงานให้พี่สามเหมือนกัน แต่พ่อฟางไม่มีทางจ่ายเงินก้อนนี้ไหว สุดท้ายเธอก็ต้องคิดถึงตัวเองบ้าง
“พี่สาม”
ฟางเสี่ยวหลานตัดบทเธอ
“ฉันโอนงานให้หยางเหนียนเอ๋อร์ไปแล้ว คนที่ฉันเคยเล่าให้พี่ฟังไง หยางเหนียนเอ๋อร์น่ะ”
ฟางเว่ยหงชะงักไป
ทั้งตัวราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ใบหน้าที่เคยแดงเปลี่ยนเป็นซีดขาว แล้วค่อย ๆ คล้ำเขียว
“เธอ... โอนให้คนอื่นไปแล้วเหรอ?”
เสียงของฟางเว่ยหงแหบพร่า ราวกับต้องฝืนเค้นออกมาจากลำคอ
“ใช่”
“แล้วทำไมไม่โอนให้—”
“ให้พี่เหรอ?”
ฟางเสี่ยวหลานพูดต่อให้เธอจนจบ
ขอบตาของฟางเว่ยหงแดงขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะซาบซึ้ง แต่เพราะน้อยใจ
“พี่เป็นพี่สามของฉัน พี่ดีกับฉัน ฉันจำได้”
ฟางเสี่ยวหลานมองเธอ น้ำเสียงสงบนิ่งจนแทบเย็นชา
“แต่งานนั้นเป็นของฉัน ตอนพ่อบอกให้ฉันโอนให้พี่ พ่อเคยถามฉันไหม?
พี่เคยถามฉันไหม? พวกพี่ต่างก็คิดว่าฉันควรโอนให้ แต่ของนั่นเป็นของฉัน”
ฟางเว่ยหงกัดริมฝีปาก น้ำตาคลออยู่ในดวงตาแต่ไม่ยอมไหลลงมา
“น้องสี่... พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น... พี่แค่... ถ้าเธอบอกตั้งแต่แรกว่าจะโอนให้คนอื่น พี่ก็คงไม่...”
“ไม่อะไร? ไม่รู้สึกแย่แบบตอนนี้เหรอ?”
ฟางเสี่ยวหลานส่ายหน้า เงียบไปครู่หนึ่งก่อนลดเสียงลงเล็กน้อย
“พี่สาม ฉันทิ้งของไว้ให้พี่นิดหน่อย วางอยู่ใต้หัวเตียงพี่ อย่าลืมเก็บไว้ให้ดี”
ฟางเว่ยหงชะงักงัน
ฟางเสี่ยวหลานไม่ได้พูดอะไรต่อ
เธอหันหลัง หอบห่อของใบใหญ่เดินออกจากซอยไปโดยไม่เหลียวกลับมา
