หลังจากเก็บกระทะเหล็กเข้าไปในมิติส่วนตัวแล้ว ฟางเสี่ยวหลานก็ยืนนิ่งอยู่กับที่
สายตาของเธอกวาดมองสิ่งของบนเคาน์เตอร์ช้า ๆ—
ของพวกนี้ ฟางเสี่ยวหลานอยากได้ทั้งหมด ถึงตอนนี้ซื้อมาแล้วจะเอาออกมาใช้ไม่ได้ แต่เธอเก็บไว้ในมิติส่วนตัวได้!
แก้วเคลือบที่เจ้าของร่างเดิมใช้บิ่นไปหลายจุด เผยให้เห็นเนื้อเหล็กสีดำคล้ำข้างใต้ เวลาดื่มน้ำก็มักมีกลิ่นสนิมติดมาด้วย
กระติกน้ำร้อน เธอก็อยากซื้อเพิ่มอีกใบ บ้านตระกูลฟางมีกระติกน้ำร้อนแค่ใบเดียว วางอยู่ในห้องของพ่อกับแม่ ปกติแค่จะรินน้ำร้อนสักแก้วยังต้องเดินข้ามลานบ้านทั้งลาน
กะละมังเคลือบ เธอก็อยากได้เหมือนกัน ทั้งซักผ้า ล้างหน้า ล้างเท้า ที่บ้านมีกะละมังแค่สองใบ คนทั้งบ้านใช้ปะปนกัน พูดตามตรง ฟางเสี่ยวหลานรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง
ยังมีไม้ขีดไฟกับดินสอ—ของพวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เธอต้องใช้
ฟางเสี่ยวหลานรู้ว่าไม้ขีดไฟกับดินสอไม่ต้องใช้คูปอง ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมีบอกไว้ ไม้ขีดไฟกล่องละ 2 เฟิน ดินสอแท่งละ 5 เฟิน
แต่ยังมีของอะไรอีกบ้างที่ไม่ต้องใช้คูปอง เธอไม่ค่อยรู้
เธอมีตั๋วสินค้าอุตสาหกรรมอยู่สามใบ แต่ตั๋วสินค้าอุตสาหกรรมมีค่ามาก เธอไม่อยากใช้สุ่มสี่สุ่มห้า
ถ้าซื้อของลดราคาที่ไม่ต้องใช้คูปองได้ก็คงดีที่สุด
ฟางเสี่ยวหลานยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ สายตาวนมองสิ่งของเหล่านั้นไปมารอบแล้วรอบเล่า
เธอคำนวณในใจ กระทะเหล็กใช้ตั๋วสินค้าอุตสาหกรรมไปสองใบ เหลืออีกสามใบ
ตั๋วสินค้าอุตสาหกรรมสามใบจะซื้ออะไรได้บ้างนะ?
ฟางเสี่ยวหลานเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
ความรู้สึกที่อยากซื้อแต่ซื้อไม่ได้แบบนี้ชวนหงุดหงิดจริง ๆ
ฟางเสี่ยวหลานสูดหายใจเข้าลึก ๆ ข่มความหงุดหงิดเอาไว้
เธอเงยหน้าขึ้น มองพนักงานขายชายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์
พนักงานขายชายคนนั้นก้มหน้าอยู่ ในมือถือปากกา ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนสมุด ไม่รู้ว่ากำลังเขียนอะไร
ฟางเสี่ยวหลานอ้าปาก “พี่คะ ฉันอยากถามหน่อยว่า—”
พนักงานขายชายไม่เงยหน้า
ปลายปากกาขูดไปบนกระดาษดังซ่า ๆ ไม่หยุดแม้แต่ชั่วครู่
ฟางเสี่ยวหลานเอ่ยอีกครั้ง “พี่คะ ขอถามหน่อยว่าไม้ขีดไฟกับดินสออยู่เคาน์เตอร์ไหนคะ?”
เขาก็ยังไม่เงยหน้า
