“เสี่ยวหลาน! ทางนี้!”
ฟางเสี่ยวหลานเพิ่งก้าวข้ามธรณีโรงอาหาร กู้ซือฉีก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทางตะวันออก โบกมือเรียกเธอ
เธอยังไม่ทันได้ขานรับ ช่างกัวที่อยู่ข้าง ๆ ก็เดินไปอีกทางแล้ว
“หนูฟาง ฉันไปนั่งคุยกับช่างหว่านทางโน้นก่อนนะ”
เขาชี้ไปยังโต๊ะด้านในของโรงอาหาร ที่มีพนักงานเก่าหลายคนนั่งล้อมวงกันอยู่
ฟางเสี่ยวหลานเห็นช่างหว่านสวมหมวกสักหลาดเก่า ๆ นั่งอยู่ตรงกลาง ส่วนข้าง ๆ คือช่างหลิวที่เคยดูแลสอนงานเธอ
เธอรีบเดินเข้าไปทักทาย
“ช่างหลิว พี่สวี สวัสดีปีใหม่นะคะ”
ช่างหลิวกำลังฉีกหมั่นโถว พอเงยหน้าขึ้นเห็นเธอ รอยย่นบนใบหน้าก็พากันยับย่นเป็นรอยยิ้ม
“เสี่ยวฟาง ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะ”
พี่สวี ภรรยาของเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยิ้มให้ฟางเสี่ยวหลานเช่นกัน
“เสี่ยวหลาน อยู่บนเขาปรับตัวได้หรือยัง?”
“ได้แล้วค่ะพี่สวี”
ฟางเสี่ยวหลานตอบพร้อมยิ้ม ก่อนจะถามต่อ
“ช่างหลิว ขาดีขึ้นบ้างหรือยังคะ? เหล้ายาที่ฉันฝากคนเอามาให้คราวก่อน...”
“ดีขึ้นมากแล้ว ๆ”
ช่างหลิวตบเข่าสองที “เหล้ายาของเธอใช้ได้ผลจริง ๆ แต่บนเขาหนาวนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ”
เขาเหลือบมองหลิงเยว่ที่ยืนอยู่ด้านหลังฟางเสี่ยวหลาน สายตาวกไปมาระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนจะลดเสียงลงกะทันหัน
“พ่อหนุ่ม เสี่ยวฟางเป็นผู้หญิงดีนะ เมื่อไหร่จะจัดงานกันล่ะ? ต้องรีบหน่อยแล้ว!”
ปลายหูของหลิงเยว่แดงก่ำขึ้นมาทันที ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่กลับพูดไม่ออก
ช่างหว่านที่อยู่ข้าง ๆ ก็โน้มตัวเข้ามาสมทบ
“นั่นสิ พวกเธอคบกันมาพักหนึ่งแล้ว พวกเรารอดื่มเหล้ามงคลกันอยู่นะ”
ช่างหลิวพยักหน้าตาม พี่สวีหัวเราะแล้วตบแขนสามีเบา ๆ
“พูดให้น้อยหน่อย เดี๋ยวเด็ก ๆ ก็ตกใจหมดหรอก”
หลิงเยว่เกร็งไปทั้งตัว ปลายหูแดงจัดจนไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน
ถึงจะทะลุมิติมาแล้ว ก็ยังหนีการเร่งให้แต่งงานไม่พ้นสินะ!
ตอนนี้ฟางเสี่ยวหลานอยากหนีไปให้พ้นที่สุด แต่เสียงของกู้ซือฉีก็ดังลั่นมาจากโต๊ะทางตะวันออกอีกครั้ง
“เสี่ยวหลาน! รีบมานั่งทางนี้สิ!”
ฟางเสี่ยวหลานราวกับได้รับการช่วยชีวิต รีบคว้าแขนเสื้อหลิงเยว่ไว้
“ช่างหลิว พี่สวี ช่างหว่าน พวกเราไปก่อนนะคะ!”
