พอคิดได้เช่นนี้ ฟางเสี่ยวหลานก็ไม่รีบกลับบ้าน อย่างไรเสียวันนี้ก็ไม่ใช่เวรของเธอทำอาหาร
ฟางเสี่ยวหลานนึกว่าร้านตัดเสื้ออยู่ตรงไหน เธออยากหาให้เจอโดยเร็ว!
ถึงอย่างไรอากาศก็แปรปรวน หากจู่ ๆ หนาวขึ้นมาแล้วเธอไม่มีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ใส่ คงหวังให้แม่ฟางเตรียมให้ไม่ได้แน่
เดินไปได้สักพัก ผู้คนบนถนนก็เริ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ทยอยเลิกงานและกำลังรีบกลับบ้าน ต่างสวมชุดทำงานสีเทาอมฟ้า ก้มหน้าเดินกันอย่างรวดเร็ว
ฟางเสี่ยวหลานเดินเลียบข้างทางด้วยจังหวะสม่ำเสมอ กลมกลืนไปกับคนอื่นบนถนน
แต่เส้นทางที่เธอเดินไม่ใช่ทางกลับบ้านโดยตรง แม้เจ้าของร่างเดิมจะเดินเส้นทางเก่านั้นมาหลายปี แต่ก็ไม่เคยสนใจนัก อีกทั้งไม่เคยได้ยินว่ามีร้านตัดเสื้ออยู่แถวนั้น ไหนจะมองเห็นได้ทุกวันตอนเดินไปโรงเรียนกับกลับจากโรงเรียนอีก
ฟางเสี่ยวหลานจึงต้องไปหาแถวที่เจ้าของร่างเดิมไม่ค่อยเดินผ่าน หรือแทบไม่เคยไป
บริเวณที่คนตระกูลฟางไปมานั้นมีอยู่ไม่กี่แห่ง ร้านตัดเสื้อแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนบ้านฟางต้องใช้
แม่ฟางตัดเสื้อผ้าเอง แม้ฝีมือจะธรรมดา แต่เย็บปะชุนซ่อมแซมได้น่ะไม่มีปัญหา จึงไม่เคยไปหาร้านตัดเสื้อเลย
แต่ฟางเสี่ยวหลานจำเป็นต้องใช้
เธอเย็บเสื้อผ้าไม่เป็น ทั้งยังไม่มีเวลาเรียนด้วย
ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาของออกมาให้แม่ฟางหรือพี่สาวคนโตกับพี่สาวคนที่สามช่วยทำ ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเธอจะยอมช่วยหรือไม่ แค่ที่มาของฝ้ายกับผ้าก็อธิบายไม่ได้แล้ว
อีกอย่าง ของพวกนั้นก็ไม่มีส่วนของเธออยู่ดี
ฟางเสี่ยวหลานเลี้ยวเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง
เธอเคยมาที่นี่แล้ว—คราวก่อนตอนสะกดรอยตามฟางเว่ยจวินไปตลาดมืด ก็ต้องผ่านถนนเส้นนี้อยู่ช่วงหนึ่ง
แต่วันนี้เธอไม่ได้เดินลึกเข้าไป แค่เดินวนแถวปากตรอกเพื่อดูว่ามีร้านตัดเสื้อหรือเปล่า
บ้านสองข้างตรอกดูหม่นเทา ประตูส่วนใหญ่ปิดสนิท สีบนบานประตูหลุดลอกไปเกือบหมด เผยให้เห็นเนื้อไม้สีคล้ำด้านล่าง
