ตีห้าครึ่ง ฟ้ายังไม่สว่างดี
ฟางเสี่ยวหลานผลักประตูไม้เปิด ลมหนาวพัดกรูเข้ามา เธอหดคอเล็กน้อยแล้วดึงผ้าพันคอขึ้น
บนไหล่สะพายกระเป๋าผ้าใบสีน้ำเงิน ข้างในบรรจุสมุดบันทึกเทคนิคการเลี้ยงผึ้งที่เธอจัดเตรียมไว้ตลอดคืน กับเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอีกสองสามชุด
ช่างกัวนั่งยอง ๆ อยู่ในลานบ้านแล้ว กำลังเทน้ำร้อนใส่กระบอกเคลือบ
“เก็บของเรียบร้อยแล้วหรือยัง” เขาถามโดยไม่เงยหน้า
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ฟางเสี่ยวหลานกระชับสายกระเป๋าผ้าใบ “ช่างกัว ไปกันเถอะค่ะ”
ทั้งสองล็อกประตูห้องเก็บรังผึ้ง แล้วเดินลงเขาไปตามทาง
เมื่อเดินมาถึงกลางเขา ฟางเสี่ยวหลานเห็นรถแทรกเตอร์จอดอยู่ที่สนามด้านล่าง บนกระบะมีคนนั่งอยู่คนหนึ่ง—
หลิงเยว่
ช่างกัวเหลือบมองลงไป ก่อนส่งเสียงฮึ “ไอ้หนุ่มหลิงกระตือรือร้นไม่เบาเลยนะ”
ฟางเสี่ยวหลานไม่พูดอะไร เร่งฝีเท้าลงเขา
ไอ้หนุ่มจ้าวกำลังนั่งยอง ๆ ตรวจยางรถอยู่ข้างรถแทรกเตอร์ พอเห็นพวกเธอก็ลุกขึ้น
“ช่างกัว สหายฟาง ขึ้นรถครับ!”
ฟางเสี่ยวหลานถอดกระเป๋าผ้าใบส่งให้เขา จากนั้นใช้สองมือยันขอบกระบะแล้วปีนขึ้นไป
หลิงเยว่นั่งอยู่อีกฟากของกระบะ พอเห็นเธอขึ้นมาก็พยักหน้าให้
“หัวหน้าหลิง” ฟางเสี่ยวหลานทักทาย
“อืม”
ช่างกัวขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย แล้วนั่งลงข้างฟางเสี่ยวหลาน เขาหันไปตะโกนถามหลิงเยว่
“ไอ้หนุ่มหลิง นายก็ไปตัวอำเภอเหมือนกันหรือ”
หลิงเยว่เงยหน้าขึ้น “ครับ ช่างกัว สวัสดีตอนเช้าครับ”
ช่างกัวพยักหน้า “อรุณสวัสดิ์”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ “ไปทำธุระหรือ”
“ครับ” หลิงเยว่ตอบสั้น ๆ
ช่างกัวไม่ถามต่อ
ไอ้หนุ่มจ้าวสตาร์ตรถแทรกเตอร์ ควันดำพวยพุ่งพร้อมเสียงเครื่องยนต์กระตุก ๆ ตัวรถสั่นโครม ก่อนแล่นไปยังประตูฟาร์ม
ฟางเสี่ยวหลานพิงขอบกระบะ เริ่มทบทวนเนื้อหาที่ต้องพูดในช่วงเช้าวันนี้
ขณะที่กำลังคิดอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นข้างตัว
“คิดอะไรอยู่”
ฟางเสี่ยวหลานดึงสติกลับมาทันที
ไม่รู้ว่าหลิงเยว่มานั่งใกล้เธอตั้งแต่เมื่อไร
ฟางเสี่ยวหลานขยับไปทางช่างกัวเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเขา ใต้ปีกหมวก ใบหน้าคมคายของเขาโดนแสงยามเช้าจับจนเห็นมิติชัดเจน
“ไม่มีอะไรค่ะ กำลังทบทวนบทพูด” ฟางเสี่ยวหลานตอบ
หลิงเยว่ส่งเสียง “อืม” แล้วไม่ถามต่อ
