ฟ้ายังไม่สว่างดี ฟางเสี่ยวหลานก็ตื่นแล้ว
ฟางเสี่ยวหลานเปิดผ้าห่มออก อากาศเย็นทำให้เธอสะท้านไปทั้งตัว ไม่คิดเลยว่าเดือนพฤษภาคมแล้ว แต่อากาศช่วงเช้ากับกลางคืนยังหนาวขนาดนี้
วันนี้เธอต้องไปดูผึ้งทดลองที่ฟาร์มเลี้ยงผึ้ง เรื่องนี้วนเวียนอยู่ในใจมาตลอด
แล้วยังมีเรื่องเจียงเหยี่ยนอีก—ฟางเสี่ยวหลานตั้งใจจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน
เสียงนกหวีดดังขึ้นที่สนามฝึก
ฟางเสี่ยวหลานสวมเสื้อบุนวมแล้วผลักประตูออกไป พี่สวีกำลังยอง ๆ ก่อไฟอยู่หน้าประตู พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเธอ
“อ้าว วันนี้จะไปฝึกอีกเหรอ?”
“ไปค่ะ” ฟางเสี่ยวหลานรวบผมให้เรียบร้อย
พี่สวีโยนฟืนกำหนึ่งเข้าไปในเตา น้ำเสียงสบาย ๆ
“เมื่อบ่ายวานไม่เห็นเธอเลย ประตูโกดังล็อกอยู่ พวกปัญญาชนหนุ่มสาวที่มาหาเธอก็เลยคว้าน้ำเหลว”
“ใครมาหาฉันเหรอ?” ฟางเสี่ยวหลานชะงักฝีเท้า
“ก็เด็กผู้หญิงคนนั้น...ที่มาพร้อมเธอนั่นแหละ คนที่พูดเสียงดัง ๆ น่ะ ชื่ออะไรนะ...”
“ซุนอวิ๋น?”
“ใช่ ๆ คนนั้นแหละ”
พี่สวีลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากมือ
“เธอบอกว่าตามหาอยู่ตั้งนาน หาเท่าไรก็ไม่เจอ ร้อนใจแทบแย่ ฉันบอกว่าเธอออกไปแล้ว ถึงค่อยกลับไป”
ฟางเสี่ยวหลานพยักหน้า ในใจกระจ่างแล้ว—เดี๋ยวพอฝึกเสร็จ ซุนอวิ๋นต้องถามแน่
ก็เป็นอย่างที่คิด
ฟางเสี่ยวหลานเพิ่งเดินมาถึงขอบสนามฝึก ซุนอวิ๋นก็พุ่งแหวกฝูงคนเข้ามาราวกับกระต่าย คว้าแขนเธอไว้ทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจและน้อยใจ
“เสี่ยวหลาน! เมื่อบ่ายวานเธอไปไหนมา? ฉันไปหาตั้งหลายรอบ! โกดังก็ล็อก ห้องเธอก็ไม่มีคน ถามใครก็ไม่มีใครเห็นเธอเลย—
อย่าบอกนะว่าเธอขึ้นเขาไปคนเดียว? ทางหน่วยติดประกาศห้ามขึ้นเขา เธอไม่รู้เหรอ?”
คำถามต่อเนื่องของซุนอวิ๋นทำเอาฟางเสี่ยวหลานหูอื้อไปหมด เธอรีบจับมืออีกฝ่ายไว้
“ไม่ได้ขึ้นเขา”
“แล้วไปไหนมา?”
“ผู้ฝึกสอนให้ฉันเอาของไปส่ง”
ฟางเสี่ยวหลานยกตู้หงอวี้มาเป็นโล่กำบัง
“ฟาร์มเลี้ยงผึ้งขาดของอยู่สองสามอย่าง ฉันเลยเอาไปส่งให้”
“ฟาร์มเลี้ยงผึ้ง?”
ซุนอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง กะพริบตาปริบ ๆ “หน่วยผลิตเรามีเลี้ยงผึ้งด้วยเหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินเลย!”
“ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อวาน”
“ฟาร์มเลี้ยงผึ้งอยู่ไหน? ไกลไหม? มีผึ้งเยอะหรือเปล่า? เธอโดนต่อยไหม?”
