ถานเหยี่ยนโจวดุถานรุ่ยเข่อว่า “พูดเหลวไหลอะไร? ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่”
ถานรุ่ยเข่อเอามือไพล่หลัง รีบหุบปากสนิท เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะฮึดฮัดในใจ: ฉันไม่ได้พูดมั่วสักหน่อย อีกอย่าง ผู้ชายผู้หญิงต่างก็ชอบเรื่องอย่างว่ากันทั้งนั้น ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
ทำเป็นผู้ดีไปได้
หลี่จิ้งเหม่ยไม่อยากให้สองพี่น้องผิดใจกันเพราะเธอ จึงจับแขนถานเหยี่ยนโจวแล้วส่ายหน้า พลางยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอคิดว่าคำพูดของถานรุ่ยเข่อก็ไม่ผิด
ถึงเธอจะทึ่มแค่ไหน ก็ยังรู้สึกได้ว่าคุณถานชอบเรือนร่างของเธอ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่คอยแตะเนื้อต้องตัวเธออยู่บ่อย ๆ พอขึ้นเตียงก็ยิ่งไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
เรื่องกินเรื่องกามเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และเธอเองก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร
เพราะฉะนั้นจึงไม่รู้สึกว่าถูกล่วงเกิน
พอถานรุ่ยเข่อได้ยินหลี่จิ้งเหม่ยช่วยพูดแทน ก็ยิ่งได้ใจ “พี่ใหญ่ ดูสิ พี่จริงจังเกินไปแล้ว”
ถานเหยี่ยนโจวหัวเราะเย็นชา “งดเงินค่าขนมทั้งหมด”
“ขี้เหนียว!” เธอกระทืบเท้าอย่างโมโห
หลี่จิ้งเหม่ยมองถานรุ่ยเข่อ รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวามากกว่าตอนเจอกันครั้งแรกที่ร้านทำเล็บ
“มองฉันทำไม?” ถานรุ่ยเข่อสังเกตเห็นสายตาของเธอ
ถานเหยี่ยนโจวขมวดคิ้ว เตือนว่า “ระวังคำพูดหน่อย”
ถานรุ่ยเข่อประสานมือวางไว้ตรงหน้าท้อง ยิ้มแบบพนักงานบริการ แล้วถามหลี่จิ้งเหม่ยใหม่ “ขอถามหน่อยค่ะ คุณมองฉันทำไมคะ?”
จากนั้นเธอก็หันไปมองพี่ชายแท้ ๆ ด้วยรอยยิ้มจอมปลอม “พี่ใหญ่ พอใจหรือยังคะ?”
หลงสาวจนเสียสติ!
เสียสติเพราะสาวชัด ๆ!
เธอก็ไม่ได้ทำเสียงดุใส่สาวน้อยของเขาสักหน่อย!
หลี่จิ้งเหม่ยพูดเสียงนุ่ม “ตอนเจอกันที่ร้านทำเล็บ ฉันรู้สึกว่าคุณดูเย็นชาและมีออร่ามาก ไม่นึกเลยว่าตอนอยู่กันเองจะร่าเริงขนาดนี้”
ถานรุ่ยเข่อโบกมือ แล้วหัวเราะเบา ๆ “เวลาอยู่ข้างนอกก็ต้องวางมาดสาวแกร่งหน่อยสิ”
