หลี่จิ้งเหม่ยกลับถึงคฤหาสน์ม่านไห่ซีฝู่ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนด้วยสีหน้าหม่นหมอง
ป้าหลานเห็นแผ่นหลังที่ดูหดหู่ของเธอ จึงหันไปถามว่า “คุณผู้หญิงเป็นอะไรไปคะ?”
ถิงเย่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลให้ฟังทั้งหมด เมื่อได้ยินแล้ว ป้าหลานก็ถอนหายใจ “แต่ละคนเจ้าเล่ห์กันจริง ๆ”
หลี่จิ้งเหม่ยกลับเข้าห้องนอน ทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วขดตัว หัวพิงที่วางแขน นั่งทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อยู่คนเดียว
ซืออวี่อาจโกหกว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนขาเจ็บ หรืออาจใช้วิธีนี้หลอกให้เธอโผล่มาก็ได้ หากเป็นเพราะคิดถึงเพื่อนคนนี้มากจริง ๆ
แต่ไม่ใช่
ถังเจียอวี้พาคนมาเป็นพรวน เตรียมการไว้พร้อมสรรพ เห็นได้ชัดว่ารอให้เธอตกหลุมพราง
หลี่จิ้งเหม่ยรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล เธอทั้งกังวลและกลัวมาก กลัวว่าเพื่อนสนิทจะเป็นอะไรไป พอเห็นซืออวี่สบายดีและบอกว่าไม่เป็นไร หัวใจถึงได้โล่งขึ้นจริง ๆ
แต่สิ่งที่รอเธอกลับเป็น…
หลี่จิ้งเหม่ยตาแดงก่ำ สูดจมูกเบา ๆ
เธอกลัวการกลับไปเมืองสือชวนจริง ๆ กลัวการแต่งงานกับถังเจียอวี้ด้วย
ยิ่งคิดหลี่จิ้งเหม่ยก็ยิ่งเศร้า จู่ ๆ ก็มีคนเคาะประตู เธอรีบปาดน้ำตาลวก ๆ แล้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากโซฟา จัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย ก่อนจะสะอึกสะอื้นตอบว่า “เข้ามาได้ค่ะ”
ป้าหลานยกของหวานที่พ่อครัวทำเข้ามาในห้อง “คุณผู้หญิง พุดดิ้งภูเขาหิมะเพิ่งออกจากเตา ลองชิมดูไหมคะว่าชอบหรือเปล่า?”
ในห้องนอนไม่ได้เปิดไฟ ผ้าม่านก็ปิดอยู่ แสงสลัวมาก ป้าหลานวางของหวานลงบนโต๊ะ แล้วเห็นคุณผู้หญิงนั่งอย่างสุภาพเรียบร้อย แม้สีหน้าจะไม่ค่อยดีนัก
