ในความทรงจำของถานสวินเจี่ยน นี่เป็นครั้งแรกที่ถานเหยี่ยนโจวเตือนเขาอย่างรุนแรงถึงขนาดนี้
เขารู้ว่าพี่ชายคนโตทำได้แน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่ฝ่าฟันคนรุ่นเดียวกันขึ้นมายึดอำนาจจากคนรุ่นก่อนตั้งแต่อายุยังน้อย
ทายาทตระกูลถานมีมากมาย ตระกูลนี้ก็เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา ต่อให้กำจัดลูกหลานเสเพลอย่างเขาทิ้งไปสักคนก็ไม่เห็นเป็นไร
ถานสวินเจี่ยนใจหายวาบ แม้ปกติจะใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาอย่างเอาแต่ใจแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็ต้องยืนตัวตรงอย่างว่าง่าย รีบก้มหน้าขอโทษ
“เป็นความผิดของผม ผมรับรองว่าจะไม่ล่วงเกิน...คุณหลี่อีก”
ถานเหยี่ยนโจวมองเขา นิ้วมือที่วางอยู่บนโซฟาเคาะเบา ๆ ทีละครั้ง ราวกับเสียงนั้นกระแทกลงกลางใจถานสวินเจี่ยน
เหงื่อเย็นบนแผ่นหลังยิ่งซึมออกมามากขึ้น ผ่านไปนานถานเหยี่ยนโจวจึงพูดเสียงเรียบว่า
“นั่งลง”
ถานสวินเจี่ยนถอนหายใจโล่งอกทันที เขาเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ก่อนเดินไปนั่งบนโซฟาอย่างเรียบร้อย ไม่กล้าทำตัวเหลวไหลหรือพูดจาไม่เข้าท่า
“จัดการผู้หญิงที่พามาด้วยให้ดี รวมถึงตัวนายเองด้วย อย่ามาเกะกะสายตาเธอ เข้าใจไหม” ถานเหยี่ยนโจวพูด
เขาไม่สนใจว่าน้องชายแท้ ๆ จะเจ้าชู้เสเพลข้างนอกอย่างไร แต่จะไม่ยอมให้เรื่องสกปรกหรือภาพไม่น่ามองมาทำให้ภรรยาต้องขุ่นเคืองใจเด็ดขาด
ถานสวินเจี่ยนพยักหน้าหงึก ๆ “เข้าใจแล้วครับพี่ ไม่ต้องห่วง”
ชั้นล่าง สองพี่น้องนั่งคุยกัน ส่วนชั้นบน หลี่จิ้งเหม่ยกลับเข้าห้องนอนแล้วออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงอยู่พักหนึ่ง ลมทะเลยามค่ำคืนเย็นสบายเจือความหนาวเล็กน้อย เธอกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้น เอนกายบนเก้าอี้แขวนแล้วเล่นโทรศัพท์
จู่ ๆ เสียงหัวเราะหยอกล้อของผู้หญิงก็ดังลอยมาเป็นระยะ ในยามค่ำคืนอันเงียบสงัด เสียงนั้นชัดเจนเป็นพิเศษ
เธอเพ่งมอง แล้วก็เห็นวิลล่าอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ มีผู้หญิงสวย ๆ ในชุดบิกินีหลายคนเล่นน้ำกันอยู่ในสระกลางแจ้ง บรรยากาศครึกครื้นมาก
