ถานเหยี่ยนโจวอยากใกล้ชิดกับภรรยาจากใจจริง แต่หลี่จิ้งเหม่ยขี้อายเกินไป แค่ขยับเข้าใกล้หน่อยก็หน้าแดง แถมยังชอบหลบหน้าเขาอีก
“มะ...มองอะไรเหรอ?” สมองของเธอเหมือนค้างไปชั่วขณะ ได้แต่จ้องชายหนุ่ม
ฝ่ามือของถานเหยี่ยนโจวลูบไล้ไปมา “ชุดนอน”
“เหมาะกับเธอดี ใส่แล้วสวยมาก”
อุณหภูมิจากฝ่ามือทำให้หลี่จิ้งเหม่ยรู้สึกร้อนผ่าว ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง เธอขยับตัวเล็กน้อย เม้มริมฝีปาก ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
“ไปนอนพักบนเตียงเถอะ” เขาตบเอวเธอเบา ๆ “ฉันไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวตามไป”
“อือ...”
เธอตอบรับอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะลูบศีรษะเธอ
หลี่จิ้งเหม่ยเปิดผ้าห่มแล้วขึ้นไปนอนบนเตียง เพิ่งนึกขึ้นได้ทีหลังว่ายังไม่ได้เปลี่ยนชุดนอน
จะเปลี่ยนดีไหม? แต่ชุดนี้ใส่สบายจริง ๆ แถมไม่รัดด้วย ข้อเสียอย่างเดียวคือเปิดเผยเกินไปหน่อย
เธอรู้สึกว่ายังคิดไม่ทันไร ถานเหยี่ยนโจวก็ออกมาแล้ว หลี่จิ้งเหม่ยลุกขึ้นนั่ง รวบเสื้อคลุมที่เลื่อนลงไปกองตรงข้อพับแขนไว้ พลางมองเขาด้วยดวงตากลมโต
“นอนไม่หลับเหรอ?”
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาออมแสง แมนฮัตตันกับประเทศบ้านเกิดต่างกัน 12 ชั่วโมง
“นิดหน่อย” เธอกอดผ้าห่มไว้
ถานเหยี่ยนโจวขึ้นมาบนเตียงด้วย “อีก 3 วันเรากลับประเทศกันได้ไหม? สองวันนี้เธอเดินเที่ยวแมนฮัตตันได้นะ คราวหน้าถ้าฉันว่างจะพาเธอออกมาเที่ยวอีก”
จะให้ภรรยาอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ รอเที่ยวจนพอใจแล้วค่อยกลับประเทศ แต่เขาไม่มีทางยอม
เพิ่งแต่งงานกันจะให้แยกกันอยู่ได้ยังไง?
อีกอย่าง ภรรยาก็ขาดเขาไม่ได้
หลี่จิ้งเหม่ยประหลาดใจ “นานขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันหมายถึง...คุณไม่ยุ่งเหรอคะ?”
เดิมทีเธอตั้งใจจะเที่ยวแบบเร่งรัด แวะดูให้ครบก็พอ เพราะคุณถานยุ่งมาก ไม่ควรทำให้ตารางงานของเขาล่าช้า
“ไม่รีบ สองวันนี้ฉันต้องไปงานเลี้ยง พรุ่งนี้เธอออกไปเที่ยว อย่าลืมพาบอดี้การ์ดไปด้วย”
ตอนนี้พวกเขายังปิดเรื่องแต่งงานไว้ สถานะภรรยาของถานเหยี่ยนโจวจึงยังเปิดเผยไม่ได้
