หลี่จิ้งเหม่ยเลือกร้านอาหารกวางตุ้งแห่งหนึ่ง
ก่อนเลือกมื้อค่ำ เธอตั้งใจไปถามเจิงหยางถึงความชอบของคุณถานมาแล้ว
คุณถานชอบความสงบ และชอบรสชาติอ่อน ๆ
ด้วยเหตุนี้ หลี่จิ้งเหม่ยจึงค้นข้อมูลมาอย่างละเอียด เลือกร้านนี้ แล้วโทรจองห้องส่วนตัวไว้ล่วงหน้า
เธอจัดการทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบ ก่อนหันไปยิ้มให้ถานเหยี่ยนโจว
ถานเหยี่ยนโจวเข้าห้องส่วนตัวมากับเธอ แวบเดียวก็มองความคิดของเธอออก เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วชมว่า “เยี่ยมมาก”
หลี่จิ้งเหม่ยชอบคำชม แม้แต่ก่อนตอนอยู่บ้านเกิดแทบไม่มีใครเต็มใจชมเธอ เพราะแทนที่จะชม คนพวกนั้นกลับชอบเอารูปร่างเธอมาล้อเล่น พอพูดไปพูดมาก็เริ่มลามก
พอได้รับคำชม หลี่จิ้งเหม่ยก็นั่งลง แล้ววางกระเป๋าไว้บนที่นั่งข้างตัวตามสบาย
ถานเหยี่ยนโจวเหลือบมองกระเป๋าเธออย่างไม่แสดงอารมณ์ ก่อนนั่งลงตรงข้ามภรรยา
พนักงานยกเมนูมาสองเล่ม ถานเหยี่ยนโจวให้เธอเป็นคนสั่ง
หลี่จิ้งเหม่ยไม่ได้ปฏิเสธ เธอหาข้อมูลล่วงหน้าแล้ว รู้ว่าเมนูไหนเป็นของขึ้นชื่อ พอสั่งเสร็จ ชายหนุ่มก็เพิ่มชาดำมาอีกหนึ่งกา
สิ่งแรกที่ยกมาเสิร์ฟคือชา ถานเหยี่ยนโจวใช้ผ้ากันร้อนพันหูหม้อชา ยกขึ้นจากเตาดินแดงเล็ก ๆ แล้วรินใส่ถ้วยสองใบ ก่อนวางใบหนึ่งตรงหน้าหลี่จิ้งเหม่ย
“ระวังร้อนนะ”
เขาก้มมอง การกระทำทุกอย่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ ทั้งกิริยามารยาทและท่วงท่าล้วนแฝงความสง่างามจากการอบรมที่บ้าน น้ำเสียงยามพูดก็อ่อนโยนเหมือนเคย
หลี่จิ้งเหม่ยเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ใช้จานรองประคองถ้วยขึ้นมา เป่าลมเบา ๆ ก่อนจิบแล้ววางลง
ถานเหยี่ยนโจวมองเธอ “เป็นยังไงบ้าง?”
“อร่อยค่ะ” เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่ง
อาหารยังไม่มา จะนั่งเงียบ ๆ เฉย ๆ ก็ไม่เหมาะ หลี่จิ้งเหม่ยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางนิ้วไว้ตรงขอบจานรองชา ทำท่าเหมือนกำลังชวนเขาคุย
“คุณถาน วันนี้งานยุ่งไหมคะ?”
เธอเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน
ถานเหยี่ยนโจวสังเกตท่าทางของเธอ หลี่จิ้งเหม่ยพูดเสียงเบาเสมอ จึงต้องขยับเข้าไปใกล้ กลัวว่าเขาจะฟังไม่ชัด
เขาลุกขึ้นทันที เดินไปหยิบกระเป๋าของหญิงสาวมาวางไว้บนที่นั่งฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็นั่งลงแทนที่ข้างตัวเธอ
“ก็เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับยุ่ง” ถานเหยี่ยนโจวตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
