ครึ่งเดือนต่อมา เวลาเหมือนถูกกดปุ่มเร่งความเร็ว
ลู่เหรินกับเสิ่นเหยียนมาถึงห้องทดลองตรงเวลาเจ็ดโมงเช้าทุกวัน และกว่าจะกลับก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า
ตารางการทดลองแน่นเอี๊ยด ตอนเช้าสกัด RNA ตอนบ่ายวัดความเข้มข้นและทำกระบวนการย้อนกลับสายพันธุกรรม ส่วนตอนกลางคืนจัดระเบียบข้อมูลและแก้บทความวิจัย
ระหว่างนั้นยังต้องฉวยเวลาติดต่อแพทย์ตามที่ต่าง ๆ เพื่อสอบถามว่ามีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์หรือไม่
ระบบทำความร้อนในหอทดลองก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว พอถึงห้าโมงเย็นก็หยุดทำงาน อากาศในห้องพลันหนาวราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็ง
เสิ่นเหยียนสวมถุงมือไหมพรมบาง ๆ ใช้ปิเปตดูดสาร ปลายนิ้วยังคงแดงก่ำเพราะความหนาว เธอต้องหยุดเป็นระยะเพื่อยกมือขึ้นเป่าลมหายใจใส่สองสามครั้ง ถูมือให้หายเย็น แล้วค่อยทำต่อ
ลู่เหรินนอนวันละห้าชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น ตื่นตอนหกโมงเช้า กลับหอพักตอนสี่ทุ่ม
นอกจากทำการทดลองและเขียนบทความวิจัยแล้ว เขายังต้องหาเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าปริญญาโท
เวลาถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทุกนาทีถูกจัดสรรไว้อย่างชัดเจน
เสิ่นเหยียนเองก็ทุ่มเทไม่แพ้กัน
เธออาสาจัดระเบียบข้อมูลทางการแพทย์คลินิกของผู้ป่วยทั้งหมดใหม่ ทำเป็นตารางมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งเวลาเริ่มป่วย ตำแหน่งยีน และข้อมูลอื่น ๆ ล้วนระบุไว้อย่างชัดเจน
ตอนแรกลู่เหรินคิดว่าเธอเป็นแค่นักศึกษาปริญญาตรี ทำได้ถึงขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว ไม่นึกเลยว่าเธอจะไปหาแบบเรียนชีวสารสนเทศศาสตร์มาเรียนเอง แล้วยังฝึกเทียบลำดับยีนด้วย
แม้จะทำได้ไม่เร็ว แต่ก็ค่อย ๆ คืบหน้าไปทีละนิด
ลู่เหรินไม่ได้ห้ามเธอพัก นิสัยของผู้หญิงคนนี้ดูอ่อนโยน แต่ที่จริงแล้วอดทนยิ่งกว่าใคร
สิ่งที่ทำให้เขาดีใจก็คือ ข่าวดีกำลังทยอยเข้ามา
ทางหลินเจี้ยนตงแจ้งมาว่า โรงพยาบาลเซียะเหอพบผู้ป่วยเก่าอีกสองราย ตัวอย่างถูกแช่แข็งเก็บไว้แล้ว รอคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยอนุมัติก็จะนำมาใช้ได้
