ทีมงานรายการเริ่มรื้อเวทีกันแล้ว
ไฟบนเวทีดับลงทีละดวง
นักศึกษาฝึกงานทั้งสิบคนกอดช่อดอกไม้ ถ่ายภาพหมู่ใบสุดท้ายกันที่หลังเวที จากนั้นก็แยกย้ายกันไปกล่าวลากรรมการแต่ละคน
“ไป ๆ ออกไปกินเลี้ยงกันเถอะ!” จ้าวหยูตะโกนชวนทุกคนไปกินข้าวด้วยกัน
“ได้ ฉันเห็นด้วย!” หวังจื่อซวนตอบรับอย่างกระตือรือร้นที่สุด
คู่หูคู่คิดกลับมารวมทีมกันอีกครั้งแล้ว!
ซูวานไม่ชอบบรรยากาศวุ่นวายแบบนี้ หลังทักทายทุกคนเสร็จก็เดินไปยืนอยู่ริมทางเดิน
เธอยังสวมชุดกาวน์สีขาวที่ทีมงานเตรียมไว้ให้สำหรับช่วงท้ายรายการ ผมยาวสีดำทิ้งตัวอยู่ด้านหลังไหล่ ส่วนช่อดอกไม้ในมือถูกเบียดจนเอียงไปเล็กน้อย
ตอนลู่เหรินเดินออกจากสตูดิโอ เธอก็เงยหน้าขึ้น “งานวิจัยยังทำต่อไหม”
นี่เป็นบทสนทนาแรกของทั้งคู่หลังรายการจบลง
ลู่เหรินพยักหน้าช้า ๆ “แน่นอน”
ซูวานส่งเสียงตอบรับเบา ๆ “อืม ถ้าต้องใช้ข้อมูลประวัติคนไข้ก็ติดต่อฉันได้”
……
ดึกมากแล้ว
ด้านนอกอาคารที่ทีมงานรายการใช้ถ่ายทำ ยังมีผู้ชมกับสื่อมวลชนบางส่วนเฝ้ารออยู่
ทันทีที่ทุกคนเดินออกไป แสงแฟลชก็สว่างวาบขึ้น
ตอนลู่เหรินออกมา คนที่อยู่ข้างนอกก็ยิ่งมากกว่าเดิม
“ลู่เหริน นายคิดว่าสิ่งที่นายค้นพบเป็นโรคชนิดใหม่จริง ๆ หรือ”
“จากนี้ไปนายจะทำวิจัยเรื่องนี้ต่อไหม”
“นายคิดจะอยู่ที่โรงพยาบาลเซียะเหอเมืองเจียงหรือเปล่า”
“ได้ยินว่ามีบริษัทจัดการศิลปินติดต่อมาหานายแล้ว จริงไหม”
“มีผู้ชมคิดว่าทีมงานกำหนดให้นายเป็นที่หนึ่งไว้ตั้งแต่แรก นายมองเรื่องนี้ยังไง”
คำถามประดังเข้ามาไม่ขาดสาย ลู่เหรินหยุดฝีเท้าและตอบเพียงคำถามเดียว
“ตอนนี้พูดได้แค่ว่าน่าสงสัยว่าจะเป็นโรคชนิดใหม่ จำนวนประวัติคนไข้ที่มีอยู่ยังน้อยเกินไป จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นโรคใหม่”
พูดจบ ลู่เหรินก็เดินจากไป
แต่คำตอบที่ค่อนข้างระมัดระวังนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ทำให้กระแสของรายการลดลง
ตรงกันข้าม แม้รายการจะปิดฉากลงแล้ว แต่การพูดคุยอย่างจริงจังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
