โจวชวีเหลือบมองอู๋อินที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ฉันก็พบว่าตัวเองลอยไปลอยมาอยู่บนเขาได้ตามใจ ตอนแรกฉันยังนึกว่าตัวเองตายแล้ว แต่ฉันก็ไม่เหมือนผีในทีวีตรงที่ไม่กลัวแสงแดดน่ะ”
“ฉันเลยเดาว่าตัวเองคงยังไม่ตาย น่าจะมีเรื่องอื่นเกิดขึ้น ฉันก็เลยสบายใจเดินเล่นบนเขา หาความบันเทิงให้ตัวเองไปเรื่อย แถมยังลองหาเจียงหวายตงด้วย เพราะฉันไม่รู้ว่าเขาจะเป็นเหมือนฉันหรือเปล่า”
อู๋อินกลับไปที่โต๊ะและเริ่มเก็บของแล้ว โจวชวีเห็นดังนั้นก็ลงจากเตียงผู้ป่วย วิ่งไปหาเธอแล้วถามว่า “คุณหมอเต๋า รับผมเป็นศิษย์ได้ไหมครับ?”
“โจวชวี!” แม่ของโจวชวีตะโกน “หยุดทำตัวเหลวไหลได้แล้ว!”
“ถอยไป” อู๋อินผลักโจวชวีออก “นายไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ ฉันไม่รับ”
“อย่าไปรบกวนคุณหมอเต๋าเก็บของสิ” เว่ยซินลากโจวชวีไปอีกทาง พลางตำหนิเขา “นายกล้าจริง ๆ นะ ขนาดคุณหมอเต๋าเรียกวิญญาณยังเรียกนายกลับมาไม่ได้ ทั้งที่นายก็รู้สถานการณ์ของตัวเองอยู่แล้ว ยังมีอารมณ์ไปดูเรื่องสนุกอีกเหรอ?”
“ตอนแรกฉันก็กังวลอยู่หรอก แต่พอนึกถึงสำรับยันต์ที่นายให้ฉันว่ามันขลังขนาดไหน แม้แต่ร่างปีศาจยังเกรงกลัว ฉันก็คิดว่านายรู้จักคุณหมอเต๋าที่เก่งขนาดนี้ ถ้าฉันเกิดเรื่องขึ้น นายต้องไปตามคุณหมอเต๋ามาช่วยแน่ ฉันแค่รออยู่ก็พอ”
โจวชวีหัวเราะแหะ ๆ “สองลิงชิงราชันสนุกจริง ๆ ไม่รู้ว่าลิงตัวไหนชนะกันแน่”
ถึงตอนนี้ก็ยังเอาแต่คิดถึงผลแพ้ชนะทางนั้นอยู่อีก
อู๋อินกลอกตามองโจวชวี แล้วถามว่า “นายรู้ไหมว่าทำไมลิงสองตัวนั้นถึงสู้กัน?”
“ก็แย่งอาณาเขตแย่งตำแหน่งกันไม่ใช่เหรอ?” โจวชวีตอบอย่างไม่ต้องคิด
“ถ้าฉันมัดนายกลับมาช้ากว่านี้อีกหน่อย หลังจากนายเห็นผลแพ้ชนะของลิงสองตัวนั้น นายก็จะกลายเป็นอาหารของตัวที่ชนะแล้ว”
