อู๋อินพูดว่า “หวังต้าลี่ ชะตาของนายแม้ไม่มีวาสนาให้ร่ำรวยมหาศาล แต่เป็นคนขยันขันแข็ง มั่นคง และจิตใจดี ดังนั้นชีวิตนี้นายก็ไม่ต้องอดอยากหรือขาดเสื้อผ้าให้อุ่นกาย”
เพราะหวังต้าลี่เป็นคนจิตใจดี เห็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ริมทางตามลำพังไม่ได้ แม้จะหาเงินมาอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังเต็มใจปลอบเด็กบ้านคนอื่นเหมือนปลอบลูกสาวตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุให้อู๋อินคิดค่าดูดวงเขาเพียงสองร้อยหยวน
การมีจิตใจเมตตาย่อมไม่ใช่เรื่องผิด
“เคราะห์ใหญ่ในชะตาของลูกสาวนายผ่านพ้นไปแล้ว ต่อจากนี้แม้ยังมีเรื่องกระทบกระทั่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอถึงบั้นปลายชีวิต นายจะได้รับความสุขจากลูกสาว”
“อย่างที่เขาว่ากันว่า รอดพ้นจากเคราะห์ใหญ่ย่อมมีโชคดีรออยู่ ลูกสาวนายก็เป็นเช่นนั้น การอยู่ในเมืองทางใต้จะเป็นผลดีต่ออนาคตของนายกับลูกสาวมากกว่า”
พูดได้เพียงเท่านี้ เรื่องอื่นไม่สะดวกจะพูดมากไปกว่านี้
แค่นี้ก็ทำให้หวังต้าลี่ซาบซึ้งใจมากแล้ว เขายืนกรานจะโอนเงินให้อู๋อิน จนกระทั่งเธอแบมือแล้วบอกว่าไม่มีโทรศัพท์ เขาถึงได้ยอมเลิกรา
หวังต้าลี่ซื้อตั๋วรถไฟกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ผ่านอินเทอร์เน็ตทันที แม้แต่มื้อดึกก็ไม่กินแล้ว เขารีบโทรหาหัวหน้าคนงานเพื่อขอลา จากนั้นกลับไปเก็บสัมภาระเตรียมเดินทางพรุ่งนี้ พร้อมกับฝากเจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ ให้ช่วยสอดส่องว่ามีบ้านเช่าราคาถูกและเหมาะสมแถวนี้บ้างหรือไม่
ก่อนหน้านี้หวังต้าลี่พักรวมกับเพื่อนคนงานในโรงนอนรวมของไซต์ก่อสร้าง ต่อไปเขาจะพาลูกสาวมาอยู่ด้วย จะให้พักในโรงนอนรวมของไซต์ก่อสร้างต่อไปก็คงไม่เหมาะ ตอนที่หวังต้าลี่กำลังคุยกับเจ้าของร้านอาหาร อู๋อินก็อุ้มแผ่นกระดาษแข็งเดินจากไป
