บอดี้การ์ดตระกูลโจวรีบยกโต๊ะที่อู๋อินต้องการมาให้ อู๋อินหยิบของทั้งหมดในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะ แล้วลงมือวาดยันต์ที่ต้องใช้ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับสายน้ำไหล
พ่อของโจวชวียืนมองอยู่ข้าง ๆ คิดว่าจะถามคุณหมอเต๋าว่ามีอะไรที่เขาพอช่วยได้บ้าง แต่ยังไม่ทันได้ถามก็ได้ยินอู๋อินพูดว่า “เสร็จแล้ว”
แถวโรงพยาบาลมีร้านขายของใช้สำหรับงานศพครบวงจรอยู่ไม่น้อย สิบห้านาทีต่อมา คนขับรถของตระกูลโจวก็ยกตุ๊กตากระดาษเข้ามาตัวหนึ่ง
“คุณหมอเต๋า ที่ร้านมีแต่ตุ๊กตาเด็กชายแบบนี้ ใช้ได้ไหมครับ” คนขับรถถามอย่างกระวนกระวาย
อู๋อินมองดูแล้วพยักหน้า ให้คนขับรถวางตุ๊กตากระดาษไว้ข้างโต๊ะ ก่อนหันไปบอกพ่อของโจวชวีว่า “ฉันต้องใช้เลือดจากปลายนิ้วของโจวชวีนิดหน่อย แค่หยดเดียวก็พอ เหมือนยุงกัด ไม่กระทบสุขภาพของเขาหรอกค่ะ”
อู๋อินจะบอกญาติของผู้ป่วยล่วงหน้าเสมอ หากต้องเจาะเลือด
“อย่าว่าแต่เลือดแค่หยดเดียวเหมือนยุงกัดเลยครับ ต่อให้ต้องใช้เลือดสิบมิลลิลิตร ก็ต้องเอาอยู่ดี ชีวิตใกล้จะรักษาไม่ไหวแล้ว ยังจะเสียดายเลือดแค่นี้อีกหรือครับ” พ่อของโจวชวีหัวเราะทั้งน้ำตา “คุณเป็นคุณหมอเต๋าที่วางตัวเป็นกันเองที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยครับ”
อู๋อินยิ้มแล้วจับมือโจวชวีขึ้นมา เธอไม่ต้องใช้เครื่องมือด้วยซ้ำ เพียงปล่อยพลังชีวิตออกไป ปลายนิ้วของโจวชวีก็มีแผลเล็ก ๆ เกิดขึ้น หยดเลือดลอยไปติดบนสำรับยันต์ในมือเธอ จากนั้นเธอก็ใช้นิ้วปัดเบา ๆ บนปลายนิ้วของโจวชวี แผลเล็ก ๆ นั้นก็หายไปในพริบตา
