“แม่บ้านได้รับเงินแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ สามีของเธอตาย เธอเองก็ไม่ได้เอาเงินก้อนนั้นไปใช้ชีวิตสุขสำราญ แต่กลับบริจาคเงินทั้งหมด แล้วฆ่าตัวตาย แสดงว่าเธอคงต้องทนทุกข์ทรมานใจมาตลอด”
เหยียนหมิงกล่าวว่า “ก่อนฆ่าตัวตาย เธอตั้งใจเขียนจดหมายพินัยกรรมทิ้งไว้ แถมยังพูดถึงสมุดบันทึกของเธอด้วย คงคิดว่าสักวันครอบครัวของแม่คุณหมอเต๋าจะตามสืบจนมาถึงเธอ ถ้าลองเดาจากสภาพจิตใจของเธอในตอนนั้น เธออาจจงใจทิ้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย”
“ถ้าได้สมุดบันทึกมา ก็มีโอกาสมากที่จะได้หลักฐานใช้ชี้ตัวว่าเฉิงเจิ้งหงกับหลิวจินเหมย์ฆ่าลุงของฉันใช่ไหม?” ไช่เยว่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา เธอไม่กล้าคิดเลยว่าอี้หนิงจะเสียใจแค่ไหนเมื่อรู้เรื่องพวกนี้
เธอเองก็ไม่กล้าคิดเหมือนกันว่า คุณตาคุณยายจะเสียใจแค่ไหนเมื่อรู้ว่าลุงถูกคนทำร้ายจนตาย
“ตระกูลเฉิงสมควรถูกสับเป็นพันชิ้นจริง ๆ!” ไช่เยว่สาปแช่งเสียงต่ำ
“ไช่เยว่ เก็บของหน่อย วันนี้เราไปเมืองเอชจัดการเรื่องของเธอกัน”
อู๋อินเอ่ยเรียกไช่เยว่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งสามคนหันกลับไปพร้อมกัน โดยไม่รู้ว่าอู๋อินมายืนอยู่ตรงบันไดตั้งแต่เมื่อไร
“เธอลงมาตั้งแต่เมื่อไร?” ไช่เยว่รีบวิ่งไปหาอู๋อิน
“ตอนที่พวกเธอคุยกันเรื่องสมุดบันทึก” อู๋อินพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างสงบ จากนั้นก็ถามไช่เยว่ต่อว่า “เมื่อวานเธอบอกว่ากิจกรรมที่หลิวหมิงจูจะไปร่วมจัดวันไหน?”
“คืนพรุ่งนี้ ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าเมืองเอช” ไช่เยว่จับมืออู๋อินไว้ “เรามีข้อมูลของหลิวหมิงจูแล้ว แถมยังมีผลตรวจดีเอ็นเอของครอบครัวสามคนนั้นด้วย แค่นี้ก็มีหลักฐานมัดตัวหลิวหมิงจูตัวปลอมได้แน่นแล้ว!”
